posttoday
เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ปี 2 Hokkaido Slow Drive 15

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ปี 2 Hokkaido Slow Drive 15

03 พฤศจิกายน 2556

เช้านี้ผมก็มีภาระที่จะต้องเคลียร์ของกินที่ซื้อมาเยอะเกินกำลังให้หมด แต่ยัดยังไงก็ไม่หมด หลายอย่างเลยต้องตัดใจทิ้ง แต่บางสิ่งก็หิ้วไปเป็นเสบียงได้ ผมปล่อยให้ที่บ้านค่อยๆ อาบน้ำแต่งตัวเก็บสัมภาระกันไปไม่ต้องเร่งรีบ ส่วนตัวผมนั้นมีนัดไปดูที่พักอีก 23 แห่งกับอีกบริษัทหนึ่ง แถวนิเซโกะนี้มีบริษัททำนองนี้หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีที่พักแบบต่างๆ ไว้บริการลูกค้าไม่ต่างกันนัก ในกรณีที่ท่านอยากไปพักก็สามารถจองตรงกับที่พักเลยก็ได้ หรือจะจองผ่านตัวแทน (เอเยนต์) ในเมืองไทย (ซึ่งไม่มาก) ก็ดีเพราะมีส่วนลดให้ที่พักแห่งแรกที่ผมไปชมเป็นอพาร์ตเมนต์ระดับหรูชื่อ The Vale ผมตั้งใจจะมาดูที่นี่เลย เพราะมีลูกค้าบางท่านได้ข้อมูลมาจากเพื่อนต่างชาติแล้วอยากมาลองพักดูบ้าง จุดเด่นของ The Vale ที่นอกจากจะหรูดูดีแล้ว ยังเป็นที่พักเพียงแค่ไม่กี่แห่งที่อยู่ติดกับสกีลิฟต์จนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า Skiin, Skiout ห้องที่นี่มีหลายขนาดให้เลือก ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าพักและความสามารถในการจ่าย มีตั้งแต่ห้องธรรมดาๆ ไปจนถึงระดับเลิศหรู ห้องที่เป็นหน้าเป็นตาของที่นี่คือห้องเพนต์เฮาส์ Yotei Panorama ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ห้อง 187 ตร.ม. ไม่รวมเฉ

เช้านี้ผมก็มีภาระที่จะต้องเคลียร์ของกินที่ซื้อมาเยอะเกินกำลังให้หมด แต่ยัดยังไงก็ไม่หมด หลายอย่างเลยต้องตัดใจทิ้ง แต่บางสิ่งก็หิ้วไปเป็นเสบียงได้ ผมปล่อยให้ที่บ้านค่อยๆ อาบน้ำแต่งตัวเก็บสัมภาระกันไปไม่ต้องเร่งรีบ ส่วนตัวผมนั้นมีนัดไปดูที่พักอีก 23 แห่งกับอีกบริษัทหนึ่ง แถวนิเซโกะนี้มีบริษัททำนองนี้หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีที่พักแบบต่างๆ ไว้บริการลูกค้าไม่ต่างกันนัก ในกรณีที่ท่านอยากไปพักก็สามารถจองตรงกับที่พักเลยก็ได้ หรือจะจองผ่านตัวแทน (เอเยนต์) ในเมืองไทย (ซึ่งไม่มาก) ก็ดีเพราะมีส่วนลดให้ที่พักแห่งแรกที่ผมไปชมเป็นอพาร์ตเมนต์ระดับหรูชื่อ The Vale ผมตั้งใจจะมาดูที่นี่เลย เพราะมีลูกค้าบางท่านได้ข้อมูลมาจากเพื่อนต่างชาติแล้วอยากมาลองพักดูบ้าง จุดเด่นของ The Vale ที่นอกจากจะหรูดูดีแล้ว ยังเป็นที่พักเพียงแค่ไม่กี่แห่งที่อยู่ติดกับสกีลิฟต์จนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า Skiin, Skiout ห้องที่นี่มีหลายขนาดให้เลือก ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าพักและความสามารถในการจ่าย มีตั้งแต่ห้องธรรมดาๆ ไปจนถึงระดับเลิศหรู ห้องที่เป็นหน้าเป็นตาของที่นี่คือห้องเพนต์เฮาส์ Yotei Panorama ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ห้อง 187 ตร.ม. ไม่รวมเฉลียงด้านนอกที่มีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ให้แช่พร้อมชมวิวภูเขาโยเทอิเต็มตาอีก 57 ตร.ม. ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่ห้องเดี่ยวเสียอีก ในทัศนะของผม ผมว่าที่นี่เหมาะสมกับพฤติกรรมคนไทยมากที่สุด (ถ้าจ่ายได้) เพราะอยู่กลางเมือง ติดสกีลิฟต์ ใกล้ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ที่นี่ก็ 10 เต็มครับ

ที่พักอีกแห่งหนึ่งชื่อ Suiboku ซึ่งอยู่คนละซอยกับ The Vale และก็คนละแนวด้วย ถ้าชอบแนวคอนโดโปร่งโล่งสบายเหมือนอยู่บ้านก็ต้อง The Vale แต่ถ้าแนวชิกๆ คูลๆ ก็ต้องที่ Suiboku นี่เลย ห้องพักของที่นี่จะมีทั้งแบบชั้นเดียวและ 2 ชั้น ผมขอเขาดูแบบ 2 ชั้น พอเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอห้องทานข้าวเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นที่เห็นวิวเต็มๆ ตา ส่วนห้องนอนจะอยู่ด้านบน แต่ก็มีบางห้องที่อยู่ชั้นล่าง ไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงวัย แต่ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อนน่าจะถูกใจ ด้านล่างของที่พักเป็นร้านอาหาร ABuCha ที่ผมเคยแนะนำไว้เมื่อหลายตอนที่แล้วและเดินไปร้านสะดวกซื้อก็ไม่ไกล ข้อด้อยประการเดียวของที่นี่คืออยู่ห่างจากสกีลิฟต์และกอนโดล่าประมาณ 5 นาที จะไปเล่นสกีต้องมีการเดินทาง อาจจะไม่เหมาะกับมือใหม่หัดเล่นครับ จากนั้นผมก็ขับรถไปที่ Hanazono ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของภูเขา NisekoAn’nupuri อยู่ห่างจากฮิราฟุประมาณ 15 นาทีรถวิ่ง ที่ฮานะโซโนะนี้ยังไม่มีโรงแรมหรือที่พัก มีแต่ลานสกีและสิ่งอำนวยความสะดวกภายใต้ชื่อ Hanazono 308 ตอนที่ไปเป็นหน้าร้อน เลยได้แต่จินตนาการจากสิ่งที่เห็นและข้อมูลของเจ้าหน้าที่ว่าคนที่มาเล่นสกีที่นิเซโกะก็มักจะเปลี่ยนที่เล่นไปเรื่อยๆ ไม่จำเจอยู่กับที่ที่เดียว ในช่วงพีกประมาณเดือน ม.ค.ก.พ. ที่ฮิราฟุคนจะแน่นมาก บางครั้งต้องรอคิวขึ้นสกีลิฟต์นานครึ่งชั่วโมง พวกรู้งานหน่อยก็จะหนีมาเล่นที่ Hanazono เพราะคนน้อยกว่า เนื่องจากไม่มีที่พักและมือใหม่ๆ ไม่ค่อยมากัน คิวสกีลิฟต์ก็สั้น แค่นั่งรถมา 15 นาทีก็ถึงแล้ว

ผมจบภารกิจการสำรวจนิเซโกะตลอด 3 วัน 2 คืน ที่ฮานะโซโนะโดยได้วัตถุดิบชั้นดีมีคุณภาพติดไม้ติดมือกลับบริษัทไปหลายตัว และแล้วก็ได้เวลาเดินทางสู่เมืองต่อไป แต่ระหว่างทางขอแวะชิมของอร่อยก่อน มาฮอกไกโดสิ่งหนึ่งซึ่งต้องไม่พลาดก็คือ Dairy Product และในแถบนิเซโกะนี้เห็นทีจะไม่มีใครเกิน Milk Kobo ผลิตภัณฑ์จากนมของที่นี่มีมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ไอศกรีม ซอฟต์ครีม ชูครีม โยเกิร์ต ฯลฯ แต่ละอย่างก็หวานมันอร่อยแทบทั้งสิ้น โยเกิร์ตของที่นี่ก็เป็นที่นิยมและมีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในเขตนี้ แต่ที่ผมยกนิ้วให้เลยก็คือชูครีมที่อัดครีมแน่นไปทั้งลูก เวลากัดต้องระวังครีมไหลทะลักออกมาเหมือนที่ผมกับลูกสาวเลอะเทอะกันมาแล้ว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านอาหารสไตล์ออร์แกนิกชื่อ Prativo ไว้บริการลูกค้าอีกด้วย บริเวณโดยรอบของ Milk Kobo เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีมีรถแทรกเตอร์จอดอยู่ข้างๆ ฟางม้วน โดยมีภูเขาโยเทอิเป็นฉากหลัง ทำให้ใครต่อใครต้องแวะเวียนกันมาถ่ายรูปที่นี่เหมือนไฟต์บังคับ แต่ภาพที่ออกมาก็สวยโดนใจและเป็นหนึ่งในไม่กี่มุมที่ใครๆ ในญี่ปุ่นดูแล้วก็ต้องรู้ว่าที่นี่คือนิเซโกะ Milk Kobo อยู่ที่ Nisoko Village ระหว่างทางที่จะขึ้นไปโรงแรม Hilton Niseko และโรงแรม Green Leaf เป็นสถานที่ที่ผมมั่นใจว่าต้องถูกใจคนไทยแน่นอนครับ

ผมขับรถต่อไปยังฟาร์มนกกระจอกเทศ Arishima ให้ลูกแวะดูและให้อาหารนก แล้วก็แวะไปยังร้านขนมปัง Boulangerie JIN อีกรอบและก็ผิดหวังอีกรอบเหมือนเดิม เลยตัดใจแล้วใส่ Map Code ตัวใหม่ มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางแห่งต่อไปที่ Noboribetsu เมืองออนเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ผมขับรถยาวร่วม 2 ชั่วโมง โดยแวะฉี่แป๊บหนึ่งที่ไซโล จุดแวะพักยอดนิยม เพราะมองเห็นวิวทะเลสาบโทยะได้อย่างชัดเจน แต่วันนี้ผมมีนัดกับปลาสารพัดชนิด เลยไม่มีโอกาสได้ชื่นชมวิวเท่าไหร่ จากนั้นผมก็ขับรถตรงดิ่งไปยัง Marine Park Nixe พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดกลางที่น่าสนใจมาก มองจากด้านนอกไม่มีทางทราบได้เลยว่าที่นี่เป็น Aquarium มันดูเหมือนสวนสนุกมากกว่า เพราะอาคารที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันคือปราสาทขนาดย่อมแถมมีชิงช้าสวรรค์อีกด้วย นอกจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ซ่อนตัวอยู่ในปราสาทแล้ว ด้านข้างยังมีอาคารสำหรับโชว์แมวน้ำและปลาโลมาด้วย แต่โชว์ที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือเพนกวินพาเหรดบริเวณลานด้านหน้าของปราสาท ขบวนนกเพนกวินจะเดินเตาะแตะมาตามเส้นทาง เราสามารถใกล้ชิดกับเพนกวินเพียงแค่รั้วไม้เตี้ยๆ กั้นเท่านั้น ในบรรดาโชว์แบบนี้ผมว่าที่นี่มีโอกาสได้เห็นอย่างใกล้ชิดที่สุด ใครมีลูกเล็กและเด็กโตพามาเที่ยวที่นี่รับรองถูกใจครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน