
บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรหดผลกระทบค่าเงินตลาดเกิดใหม่ยวบ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เอเอฟพีออกรายงานกึ่งวิเคราะห์ ระบุว่า บริษัทเอกชนระดับโลกกำลังได้รับผลกระทบจากการอ่อนตัวของค่าเงินในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในช่วงที่ผ่านมา กำลังฉุดผลประกอบการในไตรมาส 3 ของหลายบริษัทอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกำลังกลายเป็นความวิตกกังวลรอบใหม่ของบรรดาบริษัทในโลกตะวันตก
จากการประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ของบริษัทรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โคคาโคลา ไอบีเอ็ม รวมไปถึงยูนิลีเวอร์นั้น พบว่าปัญหาความเปราะบางของค่าเงินในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทเหล่านี้ ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่สุดในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อ่อนตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณถึงการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคิวอี ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินเรียลของบราซิล แรนด์ของแอฟริกาใต้ ลีราของตุรกี รูปีของอินเดีย รวมไปถึงรูเปียห์ของอินโดนีเซีย ที่อ่อนลงมากถึงราว 1 ใน 5 เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
“หลายบริษัทไม่สามารถทำรายได้ตามเป้าที่วางไว้ในไตรมาส 3 ได้ โดยปัจจัยสำคัญประการหนึ่งมาจากผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินยูโร ส่วนบริษัทที่มีฐานลูกค้าในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งค่าเงินได้อ่อนตัวลงมาในอเมริกาใต้และอินเดีย” โทบี มอร์ริส เทรดเดอร์ของบริษัท ซีเอ็มซี มาร์เก็ต กล่าว
ในขณะที่ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับค่าเงินยูโรนั้นได้แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ และแตะจุดแข็งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 เมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ
เรโนลต์ ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติฝรั่งเศส เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าเงินดังกล่าว ซึ่งทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ลงจากปัญหาเงินยูโร แข็งค่า และค่าเงินในตลาดเกิดใหม่อ่อนตัวลง
เจอโรม สตอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาดของเรโนลต์ ระบุว่า การอ่อนตัวของค่าเงินในตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ ทั้งบราซิล รัสเซีย อินเดีย หรืออาร์เจนตินานั้น ได้สร้างผลกระทบทำให้รายได้ของบริษัทลดลงไปถึง 5.7% ทีเดียว
แม้กระทั่งบริษัท โคคาโคลา ผู้ผลิตเครื่องดื่มชื่อดังของสหรัฐ ก็ยอมรับว่าบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 3% ทั่วโลก แต่ทว่าผลกำไรกลับลดลงไปถึง 3% อันเป็นผลกระทบจากค่าเงินในตลาดเกิดใหม่โดยตรง







