
"ญี่ปุ่น" อาการหนักขาดดุลการค้าเรื้อรัง 15 เดือนติด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดขาดดุลการค้าญี่ปุ่นพุ่งขึ้นทุบสถิติแตะ 9.32 แสนล้านเยน (ราว 2.95 แสนล้านบาท) ดีดตัวขึ้นถึง 64.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ระดับ 5.68 แสนล้านเยน (ราว 1.8 แสนล้านบาท) อันเป็นผลมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง ส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าพลังงานเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายอดการส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ ปรับตัวดีขึ้นภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นในจีนดิ่งลงจากปัญหาพิพาทหมู่เกาะก็ตาม
การขาดดุลดังกล่าว นับเป็นการขาดดุลการค้า ต่อเนื่องในเดือนที่ 15 ติดต่อกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นระยะเวลาการขาดดุลที่ยาวนานที่สุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลเมื่อปี 1979
“ญี่ปุ่นยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานต่อไป และรายได้จากการส่งออกที่ดีขึ้นจากอานิสงส์ค่าเงินเยนอ่อน จะไม่สามารถชดเชยยอดขาดดุลการค้าญี่ปุ่นได้” จุนโกะ นิชิโอกะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากอาร์บีเอส ระบุ
ทั้งนี้ สัดส่วนการส่งออกญี่ปุ่นดีดตัวขึ้น 11.5% อยู่ที่ 5.97 ล้านล้านเยน หลังได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าจากจีน ซึ่งเป็นชาติคู่ค้ารายใหญ่ ที่ดีดตัวขึ้น 11.4% จากเมื่อปีก่อนหน้า ภายหลังกระแส ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นจากประเด็นพิพาทแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะเซนกากุ หรือเตียวหยูบรรเทาลง
ขณะเดียวกัน การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ ดีดตัวขึ้นที่ 18.8% ทว่านักวิเคราะห์มองว่าเป็นการขยายตัวที่ชะลอตัวลงจากปัญหาปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐที่ยืดเยื้อนาน 2 สัปดาห์ เช่นเดียวกับการส่งออกไปยังประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ อินเดีย และไทย ยังคงซบเซาและ มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ยาก หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงไม่ฟื้นตัวกว่าในปัจจุบัน
ขณะที่ยอดนำเข้าดีดตัว 16.5% มาอยู่ที่ 6.9 ล้านล้านเยน จากต้นทุนนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้น และความต้องการสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น
ภาวะขาดดุลการค้าอย่างหนัก ยังถือเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะถึงแม้ว่าการดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้หลุดพ้นภาวะเงินฝืด ซึ่งกดดันให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง จะช่วยสร้างความได้เปรียบกับภาค ส่งออก ทว่าส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน โดยเงินเยนยังคงปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. อ่อนค่าแตะ 98.12 เยนต่อเหรียญสหรัฐ จาก 97.72 เมื่อวันที่ 18 ต.ค.







