posttoday
ชนวนการเมืองมะกันส่อฉุดดอลลาร์ จีน-ญี่ปุ่นผวาเร่งปรับแผนการเงิน

ชนวนการเมืองมะกันส่อฉุดดอลลาร์ จีน-ญี่ปุ่นผวาเร่งปรับแผนการเงิน

19 ตุลาคม 2556

จีน-ญี่ปุ่น เดินหน้าเร่งปรับนโยบายการเงินเต็มที่ หวังลดพึ่งพาเงินเหรียญสหรัฐ หลังมาตรการขยายเพดานหนี้ชั่วคราวของรัฐบาลสหรัฐล่าสุด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

จีน-ญี่ปุ่น เดินหน้าเร่งปรับนโยบายการเงินเต็มที่ หวังลดพึ่งพาเงินเหรียญสหรัฐ หลังมาตรการขยายเพดานหนี้ชั่วคราวของรัฐบาลสหรัฐล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐมีโอกาสเกิดความขัดแย้งในเรื่องการใช้จ่าย และเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้จนกระเทือนต่อมูลค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของทั้งจีนและญี่ปุ่น

รอยเตอร์สรายงานอ้างความเห็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งออกมายอมรับว่า รัฐบาลเตรียมการหาแผนสำรองเพื่อรับมือการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐมากขึ้น โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญรวมถึงมาตรการสุดโต่งอย่างการอัดฉีดเงินเยนเข้าระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในตลาดเงินหยวน รวมถึง วินเซนต์ ชาน หัวหน้านักวิจัยสินทรัพย์ของเครดิต สวิส ในฮ่องกง กล่าวว่า หนึ่งในแนวทางรับมือสำคัญสำหรับจีน คือ การที่รัฐบาลต้องสนับสนุนให้มีการใช้ค่าเงินหยวนซื้อขายเป็นสกุลเงินแลกเปลี่ยนโดยตรงมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าจีนจะต้องเร่งปฏิรูปตัวเองให้พร้อมกับการลงทุนจากต่างชาติ

“จีนจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อค่าเงินหยวนมีสถานะเป็นทางเลือกแทนที่เงินเหรียญสหรัฐได้ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งรวมถึงการที่จีนจะต้องเปิดตลาดมากขึ้น” ชาน กล่าวสรุป

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายสำนักอธิบายตรงกันว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่การเติบโตของจีนกำลังชะลอตัว และจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่กำลังสู้กับภาวะเงินฝืดและดิ้นหนีเศรษฐกิจซบเซามานานกว่า 20 ปี ค่าเงินเหรียญสหรัฐ ที่ผันผวนเพราะปัญหาขัดแย้งการเมือง ถือเป็นอุปสรรค ขัดขวางนโยบายเศรษฐกิจข้างต้นของทั้งจีนและญี่ปุ่น อย่างมาก เช่น การทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจนสกัดภาคส่งออกญี่ปุ่น หรือทำให้เกิดฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์จีน

จีนและญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ของโลกเท่านั้น เพราะทั้งสองประเทศยังถือเป็นประเทศที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์ในสกุลเหรียญสหรัฐมากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก โดยข้อมูลเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าจีนถือพันธบัตรสหรัฐที่ 1.28 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังสภาคองเกรสของสหรัฐ สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐ (กอฟเวอร์เมนต์ ชัตดาวน์) และเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้ทันกำหนดเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค. รัฐบาลสหรัฐได้ออกมาเปิดเผยว่า พนักงานรัฐที่ต้องหยุดงาน โดยไม่ได้รับเงินเดือนจากผลของกอฟเวอร์เมนต์ ชัตดาวน์ จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐในช่วง 2 สัปดาห์ดังกล่าว โดยรัฐจะเริ่มจ่ายเงินในวันที่ 25 ต.ค.นี้

นอกจากนี้ รายงานจากซีเอ็นเอ็น มันนี่ ได้ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการที่สภาคองเกรสอนุมัตินี้ยังเปิดทางให้รัฐบาลประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ จัดสรรเงินงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานรัฐประมาณ 1% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ขณะเดียวกันการที่สหรัฐจัดการเลี่ยงภาวะการผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างเฉียดฉิว ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐผ่อนคลายความวิตกกังวลมากขึ้น โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดปรับตัวทำสถิติสูงสุดรอบใหม่ที่ 1,733.15 จุด เช่นเดียวกับค่าเงินเหรียญสหรัฐในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนที่กลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI