ทหารผ่านศึกมะกันประท้วงนักการเมือง
อดีตทหารผ่านศึกมะกันรวมตัวประท้วงนักการเมืองแก้การคลังประเทศไม่ได้หวั่นไม่ได้รับสวัสดิการ
อดีตทหารผ่านศึกมะกันรวมตัวประท้วงนักการเมืองแก้การคลังประเทศไม่ได้หวั่นไม่ได้รับสวัสดิการ
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กลุ่มอดีตทหารผ่านศึก และกลุ่มอนุรักษ์นิยมในสหรัฐได้รวมตัวกันประท้วงที่หน้าอุนสรณ์สถานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซีหลังจากที่การปิดตัวลงของหน่วยงานรัฐบาลกลาง กำลังทำให้คนกลุ่มนี้มีโอกาสที่ไม่ได้รับผลตอบแทน และสวัสดิการต่างๆ
การประท้วงดังกล่าวเริ่มต้นขึ้น เมื่อผู้ชุมนุมได้เดินทางมารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าของ อนุสรณ์สถานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นได้เคลื่อนตัวไปยัง เนชันแนลมอลล์ และไปปิดท้ายที่บริเวณหน้าทำเนียบขาว
ในระหว่างการชุมนุม ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน ผู้ประท้วงได้รื้อทำลายรั้วกั้น และเครื่องกีดขวางในสถานที่ดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมรายอื่นๆได้เข้าไปใช้เป็นสถานที่รวมตัวกัน ซึ่งในระหว่างนั้นผู้ชุมนุมบางรายได้ตะโกนว่า “ให้พังรั้วนี้ซะ”ขณะที่ผู้ประท้วงบางรายได้ร้องเพลง “ขอให้พระเจ้าอวยพรแก่สหรัฐ”รวมถึงเพลงชาติของสหรัฐ
“ผมไม่ใช่แฟนคลับของ พรรครีพับลิกัน หรือ เดโมแคตร หรืออะไรทั้งนั้น เราด่าทุกฝ่าย” ดอน อาร์มสตรอง อดีตทหารผ่านศึก ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิรบทั้งใน โซมาเลีย โคโซโว อิรัก และอัฟกานิสถาน กล่าว พร้อมเสริมว่าสาเหตุที่มาเข้าร่วม เพราะกองทุนเงินสวัสดิการจากภาครัฐซึ่งเจ้าตัวพึ่งพาอาศัยอยู่ใกล้จะหมดงบลงเต็มทีแล้ว หลังจากที่หน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งปิดทำการไปตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ เจฟ ทอมสกิน อดีตทหารผ่านศึก เปิดเผยว่าสาเหตุทำที่ให้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ ก็คือเรื่องเสรีภาพ เพราะผู้คนในสถานที่แห่งนี้ล้วนแต่เสียสละตนเองเพื่อเสรีภาพของประเทศกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่ยุติธรรมที่ทางการจะปิดเอาไว้ และทางการควรเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาอย่างเสรี เพราะเป็นสถานที่สาธารณะ
จิม เวลเลอร์ อดีตทหารผ่านศึกจากรัฐแพนซิเวเนีย ระบุว่า มาประท้วงเพื่อแสดงสิทธิของตนเอง และมองว่าการปิดตัวลงชั่วคราวของอนุสรณ์ดังกล่าว จากผลพวงความขัดแย้งทางการเมือง ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอาย และไม่สมควร โดยเฉพาะการให้เกียติแก่ทหารผู้ล่วงลับ
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกหลายกลุ่มที่ต่อว่าและแสดงอาการไม่พอใจนักการเมืองอย่างมาก จากการที่ไม่สามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้นักการเมืองเร่งแก้ปัญหาร่วมกัน
ภาพ : เดลีเมล







