
เวทีเอเปกเห็นพ้องศก.โลกยังอ่อนแอเกินจะฟื้นจริง
ที่ประชุมรัฐมนตรีกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ออกแถลงการณ์ร่วมในการประชุมที่อินโดนีเซียว่า เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะที่อ่อนแอเกินไป
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่ประชุมรัฐมนตรีกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ออกแถลงการณ์ร่วมในการประชุมที่อินโดนีเซียว่า เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะที่อ่อนแอเกินไป และเสี่ยงต่อภาวะขาลง เอเปกจึงเห็นชอบให้ผู้นำของแต่ละประเทศสมาชิกเดินหน้าทำตามคำมั่นที่จะต่อสู้กับการกีดกันทางการค้าและยกเลิกมาตรการทำนองนี้ที่มีอยู่ โดยขยายเวลาในคำมั่นนี้ออกไปจนถึงปี 2559
แถลงการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของบริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ซึ่งระบุว่าเขตเศรษฐกิจเอเปกจะเผชิญกับความลำบากมากขึ้นในการรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากต้องเผชิญกับความผันผวนในตลาดการเงิน และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้าในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
“สิ่งที่เรารู้สึกได้ก็คือ วัฏจักรทางเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่การจะคงระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเปกให้ได้เหมือนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น และภูมิภาคนี้ก็ยังเหลือหนทางอีกยาวไกลกว่าที่จะเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่พึ่งการส่งออกไปสู่เศรษฐกิจที่พึ่งการบริโภคภายใน” ไมเคิล เทย์เลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเครดิตของมูดี้ส์ กล่าวกับบลูมเบิร์ก
ทางด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ในฐานะเจ้าบ้าน ได้เรียกร้องให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในแดนอิเหนาให้มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และย้ำว่าภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงและเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักนั้น เป็นเพียงแค่ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น
“เรามั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความท้าทายระยะสั้น อินโดนีเซียจะยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาสและการเติบโต ในฐานะหัวหน้าเซลส์แมนของบรรษัทอินโดนีเซีย ขอให้ผมได้แนะนำให้พวกท่านเข้าสู่โอกาสของเรา” ยูโดโยโน กล่าวถึงโอกาสทางธุรกิจ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในอินโดนีเซีย ระหว่างการประชุมเอเปกถึงวันที่ 7 ต.ค.นี้
ขณะที่ จอห์น ไรซ์ รองประธานบริษัท เจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) ได้กล่าวในเวทีนอกรอบของการประชุมเอเปกว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะยังอยู่ในภาวะผันผวน แต่ทางบริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินหน้าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การผลิต พลังงาน และการเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ให้เติบโตได้ 1015% ใน 510 ปีข้างหน้า
นอกจากการหารือทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ขณะเดียวกัน ผู้นำอาเซียนยังแสดงความผิดหวังที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ไม่เดินทางมาร่วมประชุมเอเปกที่บาหลี และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่บรูไนได้ หลังจากที่สหรัฐเผชิญภาวะชัตดาวน์จากการไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณฉุกเฉินทันตามกำหนด โดยนายกรัฐมนตรี ลีเซียนลูง ของสิงคโปร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง
“อเมริกาจำเป็นต้องเดินหน้าเกี่ยวข้องกับภูมิภาคนี้ต่อไป เนื่องจากอเมริกามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งชนิดที่จีน ญี่ปุ่น หรือประเทศใดๆ ก็ไม่อาจแทนที่ได้” ลี กล่าว







