
หญิงญี่ปุ่น1ใน3อยากเป็นแม่บ้าน
หญิงชาวญี่ปุ่น 1 ใน 3 คนต้องการเป็นแม่บ้านเฉยๆ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้หญิงญี่ปุ่นทำงานช่วยเศรษฐกิจประเทศ
หญิงชาวญี่ปุ่น 1 ใน 3 คนต้องการเป็นแม่บ้านเฉยๆ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้หญิงญี่ปุ่นทำงานช่วยเศรษฐกิจประเทศ
กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น สำรวจความคิดเห็นประชาชนอายุ 15-39 ปี จำนวนกว่า 3,000 คน พบว่า ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน 34% ไม่อยากทำงานเมื่อแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ส่วนผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องการเป็นแม่บ้านสูงกว่าเล็กน้อยอยู่ที่ 38% ส่วนที่เหลือไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่า ผู้ชายเพียง 1 ใน 5 คนที่ต้องการให้ภรรยาในอนาคตอยู่บ้านทั้งวัน
ผลสำรวจที่จัดทำผ่านทางอินเทอร์เน็ตในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้รับการเผยแพร่ในสัปดาห์นี้ ยังพบว่า หญิงวัยรุ่นนั้นมีแนวโน้มไม่หาสามีที่เงินเดือนสูง โดยกว่า 40% ระบุ พวกเขาต้องการรูปแบบการใช้ชีวิตแบบทางสายกลางแต่มั่นคง และจะมีความสุขกับเงินใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละ 2-3 แสนเยน (ราว 62,000-93,000 บาท) หลังจากแต่งงานแล้ว แต่การสำรวจนี้ยังไม่มีการวิเคราะห์ว่ามีผู้ตอบคำถามกี่คนที่ไม่ต้องการแต่งงาน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้รับการศึกษาในระดับสูง แต่หญิงชาวญี่ปุ่นหลายคนมักลาออกจากที่ทำงานเมื่อมีบุตร และกระแสความกดดันจากสังคมให้ผู้หญิงเป็นแม่บ้านนั้นยังคงแข็งแกร่งอยู่
ขณะที่ นางคริสทีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชี้ว่า หญิงชาวญี่ปุ่นสามารถช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเรื้อรังได้ หากพวกเธอหันไปทำงานมากขึ้น
ด้านนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้รับปากจะขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้หญิง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงประเทศซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง
และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นได้กล่าวต่อที่ประชุมองค์การสหประชาชาติว่า ภายในปี 2563 ตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลจะเป็นผู้หญิงสัดส่วน 30% ขณะที่ปัจจุบันมีรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงเพียง 2 คนจากทั้งหมด 19 คน







