
เชื่อเฟดปรับทิศใหญ่
ถึงจุดสิ้นสุดยุคการเงินผ่อนคลายสุดขีดโอบามาเตรียมเสนอชื่อผู้ว่าคนใหม่เร็วๆนี้
ถึงจุดสิ้นสุดยุคการเงินผ่อนคลายสุดขีดโอบามาเตรียมเสนอชื่อผู้ว่าคนใหม่เร็วๆนี้
จับตาสัญญาณปรับนโยบายการเงินรอบ 5 ปี ด้านเจเน็ต เยลเล็น ขึ้นแท่นเต็งจ๋าผู้ว่าการเฟด
บลูมเบิร์กและเอพีรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า แม้บรรดาตลาดทุนจะไม่ตื่นตระหนกกับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 1718 ก.ย.นี้ ที่คาดว่าจะมีมติชะลอมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นการลดวงเงินเพียงเล็กน้อย ทว่าแนวโน้มการลดขนาดคิวอีก็จะเป็นการเปลี่ยนทิศทางของสหรัฐครั้งแรก จากนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายไปสู่นโยบายที่ตึงตัวขึ้น ซึ่งจะสร้างผลกระทบในหลายด้านตามมา
“การตัดสินใจของเฟดครั้งนี้ จะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสิ้นสุดนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ ที่ใช้เพื่อต้านทานกับวิกฤตการณ์การเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา และนับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากในหน้าประวัติศาสตร์ทีเดียว” หลุยส์ คูเปอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัทคูเปอร์ซิตี กล่าวกับเอพี
ด้านบลูมเบิร์กระบุว่า แม้ตลาดทุนจะไม่ตื่นตระหนก เพราะเชื่อว่าเฟดจะลดการอัดฉีดเพียงเล็กน้อย ทว่าการลดขนาดคิวอีก็เริ่มสร้างผลกระทบที่น่ากังวลตามมาแล้ว เนื่องจากส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปีของสหรัฐ ซึ่งเป็นแหล่งกู้ยืมต้นทุนต่ำที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยขยับจาก 1.93% เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ไปอยู่ที่ 2.99% เมื่อวันที่ 5 ก.ย.
อีธาน แฮร์ริส หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจโลกของแบงก์ ออฟ อเมริกา กล่าวว่า เฟดน่าจะรอดูสัญญาณทางเศรษฐกิจจนถึงเดือน ธ.ค. ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องคิวอี เนื่องจากดอกเบี้ยพันธบัตรที่สูงขึ้นกำลังทำให้ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวขึ้นต้องสะดุดลง โดยสะท้อนจากยอดซื้อบ้านใหม่เดือน ก.ค.ในสหรัฐ ที่ปรับตัวลงถึง 13.4%
ทางด้านรอยเตอร์สได้รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า เจเน็ต เยลเล็น รองผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ คนปัจจุบัน ได้ขึ้นเป็นตัวเต็งเบอร์ 1 ในการดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการเฟด ต่อจาก เบน เบอร์แนนคี ที่กำลังจะหมดวาระในเดือน ม.ค.ปีหน้าแล้ว หลังจากที่ลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐที่ประกาศถอนตัวจากการเป็นผู้ชิงตำแหน่ง
ขณะที่ เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า การเสนอชื่อผู้ว่าการเฟดคนใหม่ของประธานาธิบดี บารัก โอบามา จะมีขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้







