
โฮ่งๆ ... รับผมได้ที่โรงเรียนซัมซอง ขอรับ (2)
อีกครั้งหนึ่ง ที่บทความของผู้เขียน กลายเป็นเรื่องจริงที่วิ่งเข้ามาสู่ชีวิต ...
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
อีกครั้งหนึ่ง ที่บทความของผู้เขียน กลายเป็นเรื่องจริงที่วิ่งเข้ามาสู่ชีวิต ...
หลังจากบทความฉบับที่แล้วเกี่ยวกับ “โรงเรียนฝึกสุนัขนำทาง” ของซัมซอง (ป๏ผบไทยเรียกว่าซัมซุง) ณ สาธารณรัฐเกาหลี อันเป็นโครงการหนึ่งของการคืนกำไรสู่สังคม (CSR) ลงตีพิมพ์ไปได้เพียงวันเดียว “เชกา” ก็ได้พบกับผู้พิการทางสายตา ณ ถนนคนเดินในเชียงใหม่ ขณะนั้นเป็นเวลาดึกพอสมควรและตลาดใกล้วายแล้ว มีพี่ผู้หญิงสองคนเดินเกาะบ่ากันมา คนเดินหน้ามีถังขนมปังที่เจาะรูให้ผู้มีจิตเมตตาหยอดสตางค์ห้อยอยู่ที่คอ เธอเป็นคนเดินนำทางและคงมิได้ตาบอดสนิทแต่มองเห็นเพียงเลือนลาง ส่วนคนเดินหลังนัยน์ตามืดมิดใช้มือทั้งสองข้างเกาะบ่าคนเดินหน้า
สองคนเดินอย่างช้าๆ เข้ามาที่หน้าร้านขายเห็ดเสียบไม้ย่างรสอร่อยที่ “เชกา” กำลังยืนซื้ออยู่... คนหน้าเอียงคอไปถามคนหลังว่า “พี่จะกินเห็ดย่างใช่ไหม” คนหลังตอบว่า “จ้ะน้อง เอาสี่ไม้นะ” คนหน้าร้องบอกแม่ค้าว่าขอเห็ดย่างสี่ไม้เอาเห็ดอะไรก็ได้แม่ค้าเลือกให้ด้วย ในมือเธอกำธนบัตรใบละยี่สิบไว้แน่นสองใบ... “เชกา” หวนนึกถึง เรื่องเพื่อนสี่ขานำทางคนตาบอดที่เพิ่งเขียนลงแล้วตื้นตันใจ จึงร้องบอกว่า “พี่ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก เดี๋ยวจะจ่ายให้เองค่ะ”....แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาจากผู้ที่ทำอาชีพ “ขอทาน” ทำให้นึกชื่นชมอยู่ในใจ เพราะพี่คนหลังตอบว่า “ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอบคุณมาก เกรงใจค่ะ” ... อ่า มีอย่างนี้ด้วยหรือ อย่างไรก็ตาม “เชกา” ได้ยืนยันกลับไปว่า ไม่เป็นไรค่ะ เก็บเงินไว้เถอะ เธอทั้งสองคนจึงรับและยกมือไหว้ขอบคุณ ...
เป็นครั้งแรกที่พบกับคนขอทานตาบอดที่กล่าวปฏิเสธความช่วยเหลือด้วยความเกรงใจ เธอกำลังบอกว่า เธอคือมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีศักดิ์ศรี เงินที่ได้จากการขอทานคือเงินจากการทำงานเลี้ยงชีพและมิได้ต้องการรบกวนผู้ใดอีกนอกเวลาทำงานของเธอ
ทั้งสองคนโชคดีมากที่มีกันและกัน โชคดีมหาศาลยิ่งกว่ามีสุนัขนำทาง ทว่า ยังมีคนสายตาพิการอีกมาก ที่ไม่มีเพื่อนเดินไปด้วยกันอย่างนี้ สำหรับประเทศไทย สุนัขนำทางยังไม่สามารถใช้ได้ดีด้วยอุปสรรคของเส้นทางและสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่เป็นมิตรต่อผู้พิการทางสายตา อีกทั้งยังไม่มีโรงเรียนฝึกสุนัขนำทาง จึงทำให้การใช้ไม้เท้าขาวเป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่า
ที่จริง โรงเรียนสุนัขนำทางแห่งแรกของโลก ถือกำเนิดมาเกือบ 100 ปีแล้วในเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่พิการทางสายตาจากสมรภูมิรบให้ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น แต่ยังไม่นิยมแพร่หลายจนมาโด่งดังในอเมริการาว 84 ปีก่อน หลังจากที่ชาวอเมริกันสายตาพิการคนแรกกลับมาจากสวิตเซอร์แลนด์พร้อมกับสุนัขนำทางที่เขาได้ไปฝึกใช้ชีวิตร่วมกับมันมาก่อนพามันกลับบ้าน ส่วนที่เกาหลี ผู้พิการทางสายตานิยมใช้สุนัขนำทางมานานแล้ว และสุนัขส่วนใหญ่ก็ได้รับบริจาคมาจากโรงเรียนฝึกสุนัขนำทางของซัมซอง... โรงเรียนฝึกสุนัขนำทางแห่งนี้ได้ช่วยผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้และกลับเข้ามาเป็นสมาชิกในสังคมได้อีกครั้งมาครบ 20 ปีพอดี ส่วนใหญ่จะใช้สุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์และโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เนื่องจากสองสายพันธุ์นี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับงานสุนัขนำทาง... เพื่อนคู่หูตัวนี้เป็นมากกว่าสุนัขนำทางที่ช่วยให้พวกเขาไปได้ทุกที่ที่ต้องการ ทุกเวลา เป็นเพื่อนที่พึ่งพิงได้ทั้งทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ
ในปี 1999 โรงเรียนนี้ได้รับการบรรจุเข้าเป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบของ International Guide Dog Federation (IGDF) และยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการออกกฎหมายการเข้าใช้สถานที่สาธารณะของสุนัขนำทางและทำงานร่วมกับ Korean Human Right Commission เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติกับสุนัขนำทางด้วย นอกจากนี้ ซัมซองยังก้าวต่อไป ด้วยการตั้งศูนย์บริการสุนัขช่วยเหลือเพื่อฝึกสุนัขให้สามารถช่วยเหลือผู้คนที่มีความบกพร่องในการได้ยินเสียงและผู้ที่อยู่ในระหว่างการบำบัดอีกด้วย ศูนย์นี้เป็นสมาชิกของ Assistance Dogs International (ADI) และ International Association for Human Animal Interaction Organization (IAHAIO) ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ..
ซัมซองเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบริษัท แชบอล (Business Tycoon) ที่ช่วยสร้าง Impact อันกว้างใหญ่ต่อโครงสร้างของสังคมเกาหลีจนถึงขั้นเปลี่ยนแปลงระเบียบและกฎหมายให้แก่ทุกคนในสังคมได้มีโอกาสเท่าเทียมกันได้จริงค่ะ ...เป็นเรื่องที่น่าเรียนรู้และสรรเสริญค่ะ







