posttoday
‘หากชีวิตเล่นตลกกับคุณ’

‘หากชีวิตเล่นตลกกับคุณ’

15 กันยายน 2556

บรรดาละครซีรีส์ที่กำลังแพร่ภาพตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ของจีนอยู่ในขณะนี้ “หากชีวิตเล่นตลกกับคุณ” ละครย้อนยุคที่กำกับโดย เหยาเสี่ยงเฟิง ผู้กำกับฝีมือดี

บรรดาละครซีรีส์ที่กำลังแพร่ภาพตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ของจีนอยู่ในขณะนี้ “หากชีวิตเล่นตลกกับคุณ” ละครย้อนยุคที่กำกับโดย เหยาเสี่ยงเฟิง ผู้กำกับฝีมือดี สามารถครองใจมหาชนด้วยเรตติ้งที่มาแรงกว่าละครเรื่องอื่นๆ ถึงแม้จะต้องใช้เวลาเอาการกว่าจะดูจนจบเรื่อง เพราะมีความยาวถึง 40 ตอน แต่ก็คุ้มค่าแก่การติดตาม เพราะเป็นละครสะท้อนสังคมที่หลายคนได้เห็นภาพตัวเองสวมบทบาทผ่านตัวละครที่มีลักษณะนิสัยต่างๆ มากมาย ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครและความขัดแย้งภายในจิตใจที่เกิดขึ้นกับตัวละครเอก ทำให้ผู้ชมมองปัญหาที่แวดล้อมตัวเราได้ชัดเจนขึ้น จึงไม่น่าแปลกที่ละครเรื่องนี้จะฮิตติดชาร์ตและเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก

“หากชีวิตเล่นตลกกับคุณ” เป็นละครที่เขียนถึงชีวิตรักของพี่น้อง 3 คน ที่เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่แทบไม่มีความเป็นส่วนตัว พ่อแม่เป็นคนงานเกษียณอายุที่ร่ำเรียนไม่สูง เลี้ยงลูกอย่างตามมีตามเกิด มีแต่เพียงความปรารถนาดี และอยากเห็นลูกๆ สร้างครอบครัวที่มีความสุขเฉกเช่นความรู้สึกที่พ่อแม่ทั่วไปมีต่อลูก

หลีนี พี่สาวคนโตเป็นนักเต้นรำ พบรักกับ เซี่ยงตงไห่ หนุ่มนักบินฐานะการเงินและหน้าตาดี ถือเป็นความรักที่น่าอิจฉาของคนยุคนั้น แต่ความรักของเธอต้องพบความขื่นขม เมื่อรู้ว่า เซี่ยงตงไห่ เคยแต่งงานมีลูกแล้ว เธอเปลี่ยนสภาพจาก “เจ้าหญิง” มาสวมบทเป็น “แม่เลี้ยง” และทำหน้าที่แม่เลี้ยงด้วยความอดทน จนสามารถพิชิตใจลูกเลี้ยงเป็นผลสำเร็จ

ขณะที่ตัวละครเอกอย่าง หลี่หยาง ผู้เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตาและความสามารถ ก็ไม่ได้มีความสุขมากนัก เพราะไม่มีช่องทางในการแสวงหาโอกาสทางการงาน แต่แล้วเส้นทางที่เขาเลือกก็ทำเอาใครหลายคนถึงกับส่ายหน้าให้กับการตัดสินใจของเขา นั่นคือ ยอมทิ้งแฟนสาวที่คบกันมาแต่เด็ก เพื่อแต่งงานกับ เฉิงเจินเจิน ลูกผู้ดีมีตระกูล กุญแจสำคัญสู่อนาคตทางการงานที่รุ่งเรือง ชีวิตหลังแต่งงานไม่ค่อยราบรื่นนัก อยู่ในสายตาของครอบครัวภรรยามาโดยตลอด ซ้ำยังต้องกล้ำกลืนย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านภรรยา ถือว่าผิดธรรมเนียมการออกเรือนแบบดั้งเดิมที่ฝ่ายหญิงต้องแต่งเข้าบ้านฝ่ายชาย ที่สำคัญคือ ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเกาะชายกระโปรงกิน ชีวิตเต็มไปด้วยนานาความขัดแย้ง แต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งความมุ่งมั่น จนทำให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยการใช้ความสามารถอย่างแท้จริง

‘หากชีวิตเล่นตลกกับคุณ’

 

ส่วน หลี่ซาน น้องคนเล็กที่เด็กๆ ถูกส่งไปอยู่กับย่า ก็มีนิสัยก้าวร้าว ไม่ค่อยเอาอ่าว ชกต่อยกับคนไปทั่ว เขาเกิดไปรักกับสาวชนบทและมีลูกก่อนวัยอันควร ถูกกีดกันสารพัด เพราะพ่อแม่ฝ่ายชายไม่เห็นด้วยที่ลูกชายจะแต่งงานกับหญิงม่าย แต่เพื่อความรักแล้ว เขาถึงกับยอมหนีออกจากบ้านไปสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน แม้ว่าจะมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่เคยสั่นคลอน อาศัยการมองโลกในแง่ดี ทำให้ท้ายที่สุดใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้อยู่ที่พฤติกรรมของตัวละครเอกอย่าง หลี่หยาง แม้จะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ก็ไม่มีเส้นสาย จึงไม่ได้ทำงานในหน่วยงานที่มั่นคง เขาก็เหมือนนิสิตจบใหม่ทั่วไปที่เต็มไปด้วยปณิธานและความมุ่งมั่น อยากเป็นคนที่ผู้คนให้การยอมรับ แต่พอก้าวเข้าสู่สังคม ก็พบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพ “ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ไม่มีคนอุปถัมภ์” โอกาสที่จะประสบความสำเร็จดูริบหรี่มาก การเลือกเดินทางลัดสู่ความสำเร็จด้วยการสละความรักเพื่อได้มาซึ่งลาภยศของเขา ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม ยิ่งในช่วงหลายสิบปีก่อนที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับอิทธิพลทางความคิดแบบตะวันตกเฉกเช่นปัจจุบัน เขาถือเป็นจำเลยสังคมที่อยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี

แต่อย่าลืมว่า “ชีวิตคือละคร ละครคือชีวิต” ยิ่งตัวละครดังกล่าวถูกต่อว่ามากเพียงใด ย่อมแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่มีต่อคุณธรรมกับความรักมากขึ้น เพราะแต่ละคนย่อมให้น้ำหนักไม่เท่ากัน

แน่นอนว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคม มุมมองของคนยุคนี้อาจไม่มองภาพตัวละครเอกในแง่ลบเสียทีเดียว เพราะสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการให้ความสำคัญกับวัตถุ หล่อหลอมให้ผู้คนมองลาภ ยศ สรรเสริญ ว่าสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด และพยายามทุกวิถีทางในการไขว่คว้าให้ได้มา เราสามารถพบเห็นร่องรอยของคนที่ประสบความสำเร็จในสังคมจำนวนไม่น้อยที่เข้าข่ายดังกล่าว สังคมยุคนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย อันเป็นผลจากความอยากมี อยากได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเทียบกับชีวิตของน้องชายแล้ว ถือว่าความเป็นอยู่ต่างกันลิบลับ แต่ชีวิตคู่ที่เรียบง่าย กลับสร้างความสุขอย่างไม่น่าเชื่อให้กับครอบครัวเล็กๆ ที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ชีวิตที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความซับซ้อน ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องวุ่นวายจึงไม่มากเท่ากับชีวิตคู่ของ หลี่หยาง

เครื่องปรุงรสที่ช่วยให้ละครเรื่องนี้มีความสมจริงมากขึ้น คือ ฉากที่อยู่ใน “หูถง” ???? บ้านแบบเก่าของปักกิ่ง ภาพการนั่งเล่นหมากรุก การทักทายด้วยมิตรไมตรีที่ดีของคนที่อาศัยร่วมกันในชุมชนเดียวกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนบ้าน ฯลฯ ล้วนสร้างความรู้สึกร่วมให้แก่ผู้ชมทั้งสิ้น ถือเป็นการระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่หาได้ยากทุกทีในสังคมยุคนี้ แม้ว่าบางครั้งคำว่า “หวนอดีต” จะเป็นอะไรที่ดูล่องลอยสำหรับชีวิตจริง เพราะมักทำให้หลายคนหมกมุ่น ไม่กล้าพบกับความเปลี่ยนแปลง แต่เราสามารถเรียนรู้จากสิ่งที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันอย่างน่าอัศจรรย์

สาระสำคัญที่ได้จากการชมละครเรื่องนี้ คือ การเตรียมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต ความขัดแย้งที่มักกัดกร่อนใจ สร้างความทุกข์ใจให้แก่ตัวเองและคนรอบข้าง การเลือกเส้นทางชีวิตที่ถูกต้อง และตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ย่อมนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในที่สุด ไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาเพียงใด ขอเพียงมีความมุ่งมั่นและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในครอบครัว ปัญหาทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี องค์ประกอบที่กล่าวถึงข้างต้นเหล่านี้ย่อมทำให้ละครสะท้อนชีวิตจริง เรื่องนี้ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI