posttoday
'ฮ่องกง' ปรับกลยุทธ์ คงสถานะฮับการเงินโลก

'ฮ่องกง' ปรับกลยุทธ์ คงสถานะฮับการเงินโลก

08 กันยายน 2556

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในปัจจุบัน “ฮ่องกง” ถือเป็นเขตปกครองพิเศษที่มีศักยภาพการเงินที่แข็งแกร่ง มีปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อการค้า

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในปัจจุบัน “ฮ่องกง” ถือเป็นเขตปกครองพิเศษที่มีศักยภาพการเงินที่แข็งแกร่ง มีปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อการค้า และเปรียบได้ดังประตูธุรกิจสู่เขตเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บรรดานักลงทุนและนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยหลั่งไหลเข้ามาในดินแดนสวรรค์แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

ยืนยันได้จากการจัดอันดับของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ประจำปี 2555 ตอกย้ำว่า ฮ่องกงครองแชมป์เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน แซงหน้าทั้งมหานครนิวยอร์กของสหรัฐในฐานะแชมป์เก่า และกรุงลอนดอนของอังกฤษ ที่เป็นตลาดการเงินขนาดใหญ่ของยุโรป

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าขณะนี้บัลลังก์ของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินโลกกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก ภายหลังรัฐบาลจีนของคณะผู้นำรุ่นที่ 5 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงและนายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงประกาศเดินเครื่องปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศขนานใหญ่สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการผลักดันให้ “นครเซี่ยงไฮ้” อดีตแชมป์ผู้นำศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี 2492 กลับมาผงาดบนแผนที่การเงินโลกอีกครั้งภายในปี 2563

'ฮ่องกง' ปรับกลยุทธ์ คงสถานะฮับการเงินโลก

 

การกลับมาของนครเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่เพียงการก้าวขึ้นเป็นเขตการค้าเสรี (เอฟทีแซด) แห่งแรกของประเทศ ซึ่งให้บริการการลงทุนและการเงินอย่างเดียวเท่านั้น ทว่าหมายรวมถึงการอนุญาตให้แลกเปลี่ยนเงินตราได้อย่างเสรี ภายในพื้นที่ 29 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วย 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ เขตสินค้าทัณฑ์บนบริเวณท่าเรือไว่เกาเฉียว สนามบินผู่ตง และท่าเรือน้ำลึกหยางซาน

ความพิเศษของว่าที่เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ ต้องยกให้กับการเปิดกว้างทางธุรกิจบริการอย่างน้อย 19 ภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงภาคบริการการเงิน บริการประกันสุขภาพ บริการกฎหมาย ควบคู่กับการลดขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อลดการแทรกแซงของภาครัฐ ตลอดจนกำจัดอุปสรรคทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มที่เข้าลงทุนในพื้นที่ เช่น การลดหรือยกเลิกกำแพงภาษีเป็นกรณีพิเศษ ไปจนถึงอนุญาตให้นิติบุคคลสามารถดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินหยวนได้อย่างเสรี

เพราะถึงแม้ว่าขณะนี้ ฮ่องกง เป็นศูนย์กลางตลาดซื้อขายเงินหยวนนอกประเทศจีนที่ใหญ่ที่สุด ทว่าการอนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยนเงินตราได้อย่างอิสระในเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ จะช่วยลดต้นทุนธุรกรรมและความเสี่ยงระหว่างการชำระดุลธุรกรรมจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดให้ธุรกิจแห่เข้ามาดำเนินการค้าและลงทุนมากขึ้นแล้ว ที่สำคัญยังช่วยผลักดันให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลกลางในการค้าระหว่างประเทศแพร่หลายมากขึ้นตามแผนการผลักดันให้เงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกในเร็ววันนี้อีกด้วย

ด้วยศักยภาพอันเต็มเปี่ยมของว่าที่เขตการค้าเสรีแห่งใหม่ของโลกแห่งนี้ จึงอาจบดบังมนต์ขลังของฮ่องกงลงไปในที่สุด

“ในช่วง 13 ปีต่อจากนี้ หากฮ่องกงไม่สามารถพัฒนาปรับปรุง ตลอดจนเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้นและค่าเช่าแพงได้ ฮ่องกงอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับเขตการค้าเสรีแห่งใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” หลิว หลี่กัง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของเอเอ็นแซด แบงก์กิง กรุ๊ป ออกโรงเตือน

สอดคล้องกับความเห็นของ ซุงยุนวิน กรรมการสถาบันเพื่อการพัฒนาเซี่ยงไฮ้ฮ่องกง มองว่า การจัดตั้งเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ เปรียบได้กับสัญญาณเตือนที่ปลุกให้ฮ่องกงตื่นตัวเพื่อต่อสู้กับแรงแข่งขันจากนานาชาติ โดยมองว่าหากฮ่องกงสามารถยกเครื่องปฏิรูปขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งหมายรวมถึงการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจลงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจช่วยให้ฮ่องกงยังสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ เนื่องจากฮ่องกงยังมีแต้มต่อจากรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งกฎระเบียบและสถาบันการเงินที่มีคุณภาพ

“ท้ายที่สุดแล้ว ฮ่องกงไม่อาจนิ่งเฉยและหวังว่าศูนย์กลางการเงินอื่นๆ ในโลก อย่างเซี่ยงไฮ้ หรือนิวยอร์กและลอนดอนจะไล่ตามมาไม่ทันได้อีกต่อไป”

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน