
โอบามาถกน้ำมันรับ‘ซีเรีย’
หารือผู้เชี่ยวชาญเชื่อรับมือสงครามปะทุ ฝรั่งเศสลั่นพร้อมเป็นพันธมิตรร่วมบู๊
หารือผู้เชี่ยวชาญเชื่อรับมือสงครามปะทุ ฝรั่งเศสลั่นพร้อมเป็นพันธมิตรร่วมบู๊
เผยผู้นำสหรัฐถกผู้เชี่ยวชาญพลังงาน เชื่อเตรียมพร้อมรับการบุกซีเรีย ขณะที่ฝรั่งเศสชูจุดยืนขอร่วมด้วย
รอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายคนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงสถานการณ์ตลาดพลังงานและราคาน้ำมัน ในขณะที่สหรัฐกำลังพิจารณาแผนการใช้กำลังเข้าแทรกแซงซีเรีย ซึ่งล่าสุดนั้นได้ส่งสัญญาณย้ำว่าจะยังคงหาพันธมิตรรายใหม่ หลังจากที่รัฐสภาอังกฤษคว่ำแผนโจมตีซีเรีย
รอยเตอร์ส ระบุว่า ผู้นำสหรัฐให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันโลกที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักหากเกิดการโจมตีซีเรียขึ้น ทว่ายังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าสหรัฐจะนำน้ำมันสำรองฉุกเฉินมาใช้ เพื่อบรรเทาผลกระทบของราคาน้ำมันโลกที่แพงขึ้น โดยสหรัฐเคยนำน้ำมันสำรองมาใช้ครั้งล่าสุดขณะที่เกิดปัญหาการเมืองทั่วตะวันออกกลาง (อาหรับ สปริง) เมื่อปี 2554
ด้านนักวิเคราะห์หลายสำนักต่างคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ 125130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากเกิดการโจมตีซีเรียขึ้นในช่วงสั้นๆ ทว่าหากยืดเยื้อและลุกลามออกไปยังประเทศอื่นที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ก็อาจดันให้ราคาพุ่งไปถึง 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐสภาอังกฤษจะเพิ่งมีมติ 285 ต่อ 272 เสียง ไม่อนุมัติให้นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ใช้กำลังเข้าโจมตีซีเรีย ทว่าล่าสุดนั้นประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ได้ประกาศจุดยืนพร้อมที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ ใช้ปฏิบัติการทางทหารแทรกแซงซีเรียแล้ว และอาจลงมือภายในวันพุธที่ 4 ก.ย.นี้
ผู้นำฝรั่งเศสระบุว่า แม้รัฐสภาอังกฤษจะคว่ำแผนการแล้ว ทว่าฝรั่งเศสยังคงยืนกรานต่อจุดยืนเดิมที่ต้องการให้มีการเข้าแทรกแซงรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด แห่งซีเรีย ซึ่งออลลองด์จะหารือเรื่องนี้กับโอบามา ขณะที่รัฐสภาฝรั่งเศสจะเรียกประชุมฉุกเฉินในวันพุธหน้า
สำหรับท่าทีล่าสุดของฝรั่งเศสนั้น นับว่าสอดคล้องกับทิศทางของสหรัฐ ซึ่ง ชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ย้ำว่า สหรัฐจะเดินหน้าหาพันธมิตรใหม่ในการแก้ปัญหาซีเรีย และจะยังคงหารือกับอังกฤษต่อไป ขณะที่ทำเนียบขาวได้ประกาศชัดเจนก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐพร้อมที่จะลุยเดี่ยวเข้าจัดการกับปัญหาในซีเรียตามลำพัง หลังจากที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่า รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีเข้าสังหารพลเรือนจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม สงครามที่ยังไม่ปะทุก็ช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดทุนโลกลง โดยราคาน้ำมันดิบไลต์สวีตในตลาดสิงคโปร์วันที่ 30 ส.ค. ปรับตัวลงต่อเนื่องจากในตลาดนิวยอร์กอีก 1.16 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 107.64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ทองคำงวดส่งมอบเดือน ธ.ค. ในตลาดโคเม็กซ์ลดลง 5.9 เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 1,412.9 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์







