
จ่อถล่มซีเนียทอง-น้ำมันโลกพุ่งกระฉูด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ แถลงผ่านทางทวิตเตอร์ ว่า เตรียมยื่นร่างแถลงการณ์ไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แล้วภายในวันที่ 28 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อประณามรัฐบาลประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัซซาด แห่งซีเรีย ที่ใช้อาวุธเคมีเข้าสังหารประชาชน และอังกฤษจะขอฉันทามติจากยูเอ็นเอสซี เพื่อดำเนินมาตรการปกป้องพลเรือนจากรัฐบาลซีเรีย
“ร่างแถลงการณ์ดังกล่าวจะถูกส่งไปยังที่ประชุมของ 5 ชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรียูเอ็นเอสซีที่นครนิวยอร์กภายในเย็นวันนี้” ทวิตเตอร์ของผู้นำอังกฤษ ระบุ
ก่อนหน้านี้เมื่อต้นสัปดาห์ จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ก็ได้กล่าวว่า มีหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารัฐบาลประธานาธิบดี อัซซาด ใช้อาวุธเคมีเข้าสังหารพลเรือนชาวซีเรีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 300 คน ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลสหรัฐอาจตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าแทรกแซงวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อในซีเรีย
ทั้งนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ เคยประกาศจุดยืนไว้อย่างชัดเจนว่า การใช้อาวุธเคมีเข้าสังหารพลเรือน จะเป็นขีดความอดทนสุดท้ายของสหรัฐ ที่จะพิจารณาใช้กองกำลังเข้าแทรกแซง
แนวโน้มของวิกฤตการณ์ในซีเรียที่ส่อเค้าบานปลายเป็นสงครามระหว่างประเทศนั้น ได้จุดชนวนให้ตลาดทุนทั่วโลกเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนักเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ราคาน้ำมันดิบไลต์ สวีต งวดส่งมอบล่วงหน้าเดือน ต.ค. พุ่งขึ้นทันทีถึง 3.09 เหรียญสหรัฐ ไปแตะระดับ 109.01 เหรียญสหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่งนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2555 ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในตลาดลอนดอนดีดตัวขึ้น 3.63 เหรียญสหรัฐ สูงสุดรอบ 6 เดือน ไปแตะระดับ 114.36 เหรียญสหรัฐ
ขณะที่สัญญาซื้อขายทองคำงวดส่งมอบล่วงหน้าเดือน ธ.ค. ในตลาดโคเม็กซ์ ก็ทะยานขึ้นถึง 27.1 เหรียญสหรัฐ หรือสูงขึ้น 2% ไปอยู่ที่ 1,420.20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งนับเป็นราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ทางด้านตลาดหุ้นทั่วโลกต่างก็ตื่นตัวรับความหวาดวิตกครั้งนี้กันถ้วนหน้าเช่นกัน ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดตลาดลบไป 1.51% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดฮ่องกง ปิดร่วง 1.6% ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นนิวยอร์กคืนก่อนหน้า ซึ่งดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ปิดร่วงลงหนัก 2.2% ตามมาด้วยเอสแอนด์พี 500 ลบไป 1.6% และดาวโจนส์ ลดลง 1.1%
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นและเดลี เมล์ รายงานว่าขณะนี้สหรัฐและอังกฤษต่างประจำการกำลังรบพร้อมที่จะออกปฏิบัติการโจมตีซีเรียได้ทุกเมื่อแล้ว โดยฝ่ายสหรัฐนั้นมีเรือรบยูเอสเอส แฮร์รี เอส ทรูแมน และเรือรบยูเอสเอส เก็ตตีส์เบิร์ก ที่พร้อมปล่อยขีปนาวุธพิสัยไกลไปถึงซีเรีย ลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ขณะที่ฝั่งอังกฤษกำลังมีการฝึกซ้อมฝูงบินรบอยู่ในตะวันออกกลาง พร้อมฐานทัพอยู่ในไซปรัส ซึ่งพร้อมออกปฏิบัติการได้ทันที นอกจากนี้อังกฤษยังอยู่ระหว่างการส่งนาวิกโยธิน 650 นาย ไปร่วมซ้อมรบกับสหรัฐ ในประเทศจอร์แดน ขณะที่หลายฝ่ายยังเชื่อด้วยว่าอังกฤษมีเรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์อยู่ทางฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ 5 ชาติสมาชิกถาวรยูเอ็นเอสซี ซึ่งประกอบไปด้วย สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย นั้น ยังมีความเห็นที่ไม่เป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับท่าทีต่อซีเรีย โดยเฉพาะฝั่งรัสเซีย ซึ่งถือเป็นประเทศพันธมิตรสำคัญกับประธานาธิบดี อัซซาด และส่งสัญญาณปรามความพยายามใช้กำลังบุกซีเรียมาโดยตลอด ขณะที่จีนก็มีท่าทีโน้มเอียงไปกับฝ่ายรัสเซียเช่นกัน







