
"ตราสารหนี้มรณะ"ฟื้นชีพเปลี่ยนรูปแบบเขย่าภาคการเงินมะกัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เอเอฟพีรายงานบทความกึ่งวิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ว่า นวัตกรรมทางการเงินที่สร้างความเสี่ยงต่อภาคการเงินโลกนั้นกำลังกลับมาอีกครั้งแล้ว โดยในครั้งนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่จากตราสารหนี้ที่มีหนี้เป็นหลักประกัน (ซีดีโอ) สู่ตราสารหนี้ที่มีเงินกู้เป็นหลักประกัน (ซีแอลโอ)
ในปี 2006 นั้นเป็นช่วงที่ซีดีโอเฟื่องฟูมากที่สุด ในภาคการเงินสหรัฐนั้นมูลค่าของซีดีโอที่มีหนี้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันนั้นมีมูลค่ารวมในตลาดสูงถึง 5.2 แสนล้านเหรียญก่อนที่ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จะแตก และทำให้มูลค่าซีดีโอร่วงลงมาอยู่ที่ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2009 เท่านั้นเอง โดยในครั้งนั้น วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถึงกับตราหน้าซีดีโอ ว่าเป็น “อาวุธทำลายล้างสูงของภาคการเงิน” เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมาก
กระนั้นก็ตาม การลงทุนในนวัตกรรมทางการเงินประเภทนี้กำลังกลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นตราสารหนี้ที่มีเงินกู้เป็นหลักประกัน (ซีแอลโอ) ซึ่งมีโครงสร้างการระดมทุนคล้ายกับซีดีโอ แต่จะใช้เงินกู้จากภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่เป็นหลักประกัน โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินในสหรัฐได้ออกตราสารหนี้ซีแอลโอไปแล้วเป็นมูลค่า 5 หมื่นล้านเหรียญ และคาดว่าทั้งปีนี้จะพุ่งไปที่ 7 หมื่นล้านเหรียญ และทั่วโลกจะอยู่ที่ 1 แสนล้านเหรียญ
กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินที่ออกตราสารหนี้ประเภทนี้มากที่สุด ได้แก่ โกลแมนแซคส์, ซิตี้ กรุ๊ป, บาร์เคลย์ และ มอร์แกน สแตนเลย์ โดยเฉพาะซิตี้ กรุ๊ปนั้นรายงานระบุว่า เฉพาะในปีนี้ได้ออกตราสารซีแอลโอไปแล้ว คิดเป็น 20% ของทั้งหมด
“ไม่มีตลาดของซีดีโออีกต่อไป แต่ซีแอลโอได้เข้ามามีบทบาทแล้วพักหนึ่ง ในช่วงสองสามไตรมาสที่ผ่านมา” ผู้บริหารของธนาคารรายใหญ่ในวอลสตรีทผู้หนึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าว
ทั้งนี้ โครงสร้างของซีแอลโอ คือตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินโดยใช้เงินกู้เป็นหลักประกัน และออกขายให้กับนักลงทุน โดยซีแอลโอถูกจัดระดับความเสี่ยงไว้ที่ในระดับต่างๆ กัน ตามความเสี่ยงมากน้อยของเงินกู้เหล่านั้นที่ใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งซีแอลโอที่มีความเสี่ยงที่สุดจะมีระดับความเสี่ยงที่เรียกว่า “จูเนียร์” หรือ “อิควิตี”
ตราสารหนี้ระดับความเสี่ยงระดับจูเนียร์นี้เองเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 แต่กระนั้นก็ยังกลับได้รับความนิยมจากกองทุนเก็งกำไรต่างๆ อยู่มากเนื่องจากมีผลตอบแทนสูง
ขณะที่ตราสารซีแอลโอที่มีความเสี่ยงระดับกลางจะเรียกว่า “เมซซาไน” และความเสี่ยงน้อยที่สุดจะเรียกว่า “ซีเนียร์”







