
จัด ‘พุงซูจิริ’ ที่หน้าบ้าน
เคล็ดวิชาจัดการกับภูมิประเทศและพลังอันเร้นลับที่มีอิทธิพลเหนือการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ฝั่งจีน เรียกว่า “ฟงสุ่ย (ฮวงจุ้ย)”
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
เคล็ดวิชาจัดการกับภูมิประเทศและพลังอันเร้นลับที่มีอิทธิพลเหนือการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ฝั่งจีน เรียกว่า “ฟงสุ่ย (ฮวงจุ้ย)” นั้น ฝั่งเกาหลี เรียกว่า “พุงซูจิริซอล ศาสตร์แห่งแบบแผนของดินน้ำลม” ซึ่งชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยยังคงเชื่อว่า ชะตาชีวิต ร้ายดี สุขทุกข์ ของตนเอง เกิดจาก “พุงซูจิริ” ที่ดีหรือที่วิปริต ดังนั้น ในปัจจุบันสถาปนิกเกาหลี จึงยังคงต้องออกแบบอาคารสถานที่ให้ถูกต้องตาม “พุงซูจิริ” เพื่อให้ผู้ใช้อาคารนั้นสบายใจ หากอาคารที่พักอาศัยไม่ถูกพุงซูจิริ ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่ทำให้ขายไม่ออกไปเลยก็ได้
หลังจากที่ พระอาจารย์โดซอน ได้เคล็ดวิชา “พุงซูจิริ” จากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แห่งเทือกเขาจิริซานตามตำนานเมื่อพันปีก่อนแล้ว วิชานี้ก็ได้มีวิวัฒนาการให้เข้ากับยุคสมัย ปัจจุบันอาจารย์ด้าน “พุงซูจิริ” ได้สรุปว่า ปัจจัยที่จะสร้างความสุขและความพึงพอใจในบ้านเรือนนั้น มี 3 ส่วน ได้แก่ หนึ่ง “พุงซูจิริ” (ส่งอิทธิพล 30%) สอง “คาซัง??” คือ ลักษณะของบ้านที่เป็นคุณหรือเป็นโทษกับเจ้าของ ซึ่งขึ้นอยู่กับโชคของเจ้าของบ้านเอง (ส่งอิทธิพล 30%) และสาม “ซายงจา เอ๊...ฮวาลยงโด” คือ การที่เจ้าของบ้านรู้จักใช้สอยพื้นที่ในบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ส่งอิทธิพลมากสุด คือ 40%)
ส่วนที่หนึ่งกับสามนั้นยังพอแก้ไขได้ แต่ส่วนที่สองอาจอยู่เหนือความสามารถของอาจารย์ เพราะอาจารย์เองก็ยังไม่รู้ว่าวันนี้ตนจะโชคดีหรือโชคร้าย... แม้พุงซูจิริจะไม่ใช่สาเหตุของโชคดีร้ายอันเกิดจากที่อยู่อาศัยทั้งหมด แต่อิทธิพล 30% นั้นก็มากพอที่จะทำให้คนในบ้านอยู่ไม่เป็นสุข จึงต้องแก้ไข ส่วนประโยชน์ใช้สอยนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้พื้นที่ในบ้านของสมาชิกครอบครัว จึงต้องฟังเสียงของสมาชิกครอบครัวเป็นสำคัญค่ะ
“พุงซูจิริ” ที่ดีของบ้านในอดีตต้องเน้นที่ห้องครัว คือ ท้องของคนในบ้าน ซึ่งเล็งกับตำแหน่งของประตูหน้าและห้องนอน แต่วิถีชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนไปรับประทานอาหารนอกบ้านและอยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ทุกวันนี้ จึงหันมาเน้นที่หน้าด่านแรกของที่อยู่อาศัย ได้แก่ “หน้าบ้าน” ซึ่งเป็นจุดที่ชาวเกาหลีเชื่อว่า “คิ?พลัง” ไหลผ่านเข้าออก และ “คิ” นี่เองส่งผลต่อคนในบ้านให้รู้สึกกระฉับกระเฉงถ้ามีมาก หรือง่วงเหงาจิตตกหมดพลังได้ถ้ามีน้อย ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำอันดับแรก คือ การจัดประตูและฝาผนังหน้าบ้านให้สะอาดเสมอ ควรเช็ดรองเท้าไม่ให้มีดินเกาะและเก็บในชั้นวางให้เรียบร้อย นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนหลอดไฟหน้าบ้านให้สว่างสดใสตลอดเวลาด้วย
อันดับต่อมา คือ การติดกระจกหน้าบ้านต้านพลังร้าย เพราะกระจกมีคุณสมบัติในการสะท้อนกลับ ทว่าพลังงานมีทั้งที่ดีและร้าย ดังนั้น การติดกระจกบานใหญ่อาจทำให้สะท้อนกลับ "คิ" ซึ่งเป็นพลังงานที่ดี กลายเป็นโทษเสียอีก แม่หมอจึงแนะนำว่า หากต้องการให้ "คิ" เข้าบ้านควรติดกระจกขนาดเล็ก ในที่ๆ เหมาะสมของลักษณะหน้าบ้าน.... ให้ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะติดตรงไหน ขอเพียงให้เป็นสถานที่ๆ เราสามารถเช็ดถูทำความสะอาดกระจกไม่ให้หมองลงได้เท่านั้น
เมื่อ "คิ" เข้ามาในบ้านแล้ว ควรจะต้องทำให้ "คิ" ไหลเวียนไปทั่ว ดังนั้น จึงควรปลูกต้นไม้ในบ้าน เพราะต้นไม้เป็นตัวดึงดูดพลังงานที่ดี (ยกเว้นต้นไม้ปลอมและตุ๊กตา).... สิ่งที่ทำให้ "คิ" เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น คือ ระฆังหรือโมบายลมที่มีเสียงกังวานใสเวลาลมพัด ควรแขวนไว้หน้าบ้านเช่นกัน ... สำหรับสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรวางไว้หน้าบ้านก็มีค่ะ คือ ของมีคมเพราะมีความหมายที่จะทิ่มแทงคนในบ้าน....เขียนมาถึงตรงนี้เห็นด้วยกับการจัดหน้าบ้านให้ถูกต้องตามพุงซูจิริ เช่น ต้องให้สะอาด สว่าง และ ไม่มีของมีคม แต่เพื่อสุขลักษณะและป้องกันอุบัติเหตุ หรือภัยต่างๆ .... ส่วนคนในบ้านจะอยู่ดีมีสุขหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับ "พุงซูจิริ" แต่ขึ้นกับการไม่ย่อท้อที่จะ คิดดีและทำดี ต่างหากค่ะ...
ผมรับรองว่าออกแบบปลูกสร้างถูกต้องตามหลัก “พุงซูจิริ” แน่นอนขอรับ...(เฮ้อ ขายได้ๆๆๆ เพี้ยงงง...)
ขวาห้องครัว ซ้ายห้องนอน ต้องเล็งกับประตูหน้าในองศาที่ถูกต้อง







