
สหรัฐคุมเข้ม"เวิร์ค แอนด์ ทราเวล"
สหรัฐงัดกฎใหม่คุมเข้มโครงการแลกเปลี่ยนหลังนักศึกษาต่างชาติร้องถูกเอาเปรียบ ด้านเมืองลุงแซมโวยหนุ่มสาวมะกันถูกแย่งงาน
สหรัฐงัดกฎใหม่คุมเข้มโครงการแลกเปลี่ยนหลังนักศึกษาต่างชาติร้องถูกเอาเปรียบ ด้านเมืองลุงแซมโวยหนุ่มสาวมะกันถูกแย่งงาน
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานโดยอ้างผู้ประกอบการตลอดจนนักการเมืองในสหรัฐ ว่า ปัจจุบันรัฐบาลอเมริกันเริ่มคุมเข้มโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม (เวิร์ค แอนด์ ทราเวล) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติทำงานและท่องเที่ยวในสหรัฐมากขึ้น ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษาต่างชาติว่า ตกเป็นเหยื่อถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ขณะที่นักการเมืองสหรัฐมองว่า โครงการดังกล่าวยิ่งฉุดปัญหาการว่างงานในประเทศให้แย่ลง เนื่องจากถือเป็นการแย่งงานจากเยาวชนอเมริกัน
"โครงการดังกล่าวกำลังกลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในสภาคองเกรส ส่งผลให้รัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา ต้องงัดกฎที่เข้มงวดมากขึ้น อาทิเช่น เก็บค่าธรรมเนียมนักศึกษาต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 100 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งห้ามนายจ้างลงโทษพนักงานที่มีการร้องเรียนเรื่องสภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรมกับทางการ" สื่อชื่อดัง ระบุ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังบังคับให้สปอนเซอร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ดูแลนักศึกษา ต้องติดต่อนักศึกษาเป็นประจำเพื่อทราบชีวิตความอยู่ รวมทั้งออกกฎให้นายจ้างจ่ายค่าแรงขั้นต่ำให้พนักงานต่างชาติอีกด้วย
ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อบังคับที่เข้มงวดดังกล่าวส่งผลให้จำนวนนักเรียนต่างชาติที่สมัครเข้าร่วมโครงการนั้นลดลงกว่าครึ่งจากตัวเลขเมื่อปี 2551
ทั้งนี้ โครงการเวิร์ค แอนด์ ทราเวล ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เคยได้รับความสนใจอย่างมากจากนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วโลก เช่นเดียวกับบรรดาผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งนิยมจ้างงานนักเรียนต่างชาติ เพราะนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านประกันสุขภาพและสวัสดิการอื่นๆ ให้แล้ว นักเรียนเหล่านี้ยังขยันทำงานและพร้อมทำงานตั้งแต่เดือน มิ.ย. – ก.ย. ขณะที่นักเรียนอเมริกันนั้นเปิดเทอมกลางเดือน ส.ค.
"ผมภูมิใจในพนักงานต่างชาติมาก เพราะงานบางอย่างที่ชาวอเมริกันไม่ยอมทำ นักศึกษาต่างชาติยินดีทำหมด" ฮิวจ์ ฟูลเลอร์ เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในรัฐฟลอริดา เผย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐเริ่มได้รับการร้องเรียนมากขึ้นว่า นายจ้างปฏิบัติกับนักเรียนต่างชาติอย่างไม่เป็นธรรม อาทิเช่น ให้ทำงานหนักเกิน จ่ายค่าจ้างต่ำ และให้พักอาศัยในสถานที่ที่คับแคบ
ขณะที่เบอร์นี่ แซนเดอร์ส สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ วิจารณ์ว่า โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนั้นแย่งงานจากนักศึกษาอเมริกันในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตการจ้างงาน







