
รัฐประหารอียิปต์ ดันน้ำมันพุ่งแรง
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่สร้างความตื่นตระหนกต่อนักลงทุนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ คงหนีไม่พ้นการโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่สร้างความตื่นตระหนกต่อนักลงทุนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ คงหนีไม่พ้นการโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ของกองทัพอียิปต์ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 เหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
การก่อยึดอำนาจดังกล่าวจุดกระแสความกังวลว่า อาจเสี่ยงกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปยังยุโรปผ่านคลองสุเอช ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และส่งผลให้เกิดการกักตุนน้ำมันมากขึ้น จนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยน้ำมันดิบไลต์สวีตในตลาดไนเม็กซ์ส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างการซื้อขายวันที่ 3 ก.ค. ทะลุระดับ 101.71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทางด้านความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในเอเชีย ส่งสัญญาณชะลอตัวลง หลังหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งรวมถึงจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนามและอินโดนีเซีย เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งชี้วัดกิจกรรมภาคการผลิตในเดือน มิ.ย. ต่างปรับตัวลดลงทั้งสิ้น
กระนั้นก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียนับว่าสวนทางกับทิศทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจประจำไตรมาส (ทังคัง) ที่ชี้ถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ในเดือน มิ.ย. ปรับตัวดีขึ้นทุบสถิติสูงสุดรอบ 2 ปี หลังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวและนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ







