
ทองลงรวดเดียว87ดอลลาร์
แห่เทขายหลุด1,300รอบ3ปีครึ่ง แบงก์ชาติจีนเล็งอัดฉีดเสริมสภาพคล่อง
แห่เทขายหลุด1,300รอบ3ปีครึ่ง แบงก์ชาติจีนเล็งอัดฉีดเสริมสภาพคล่อง
ผลคิวอียังป่วน ตลาดทุนโลกดิ่ง ทองลงรวดเดียวเกือบ 90 เหรียญสหรัฐ ฟากจีนต้องอัดฉีดเสริมสภาพคล่อง
ราคาทองคำงวดส่งมอบล่วงหน้าเดือน ส.ค. ในตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ ปิดตลาดปรับตัวลงแรงถึง 87.80 เหรียญสหรัฐ หรือดิ่งลงถึง 6.4% ไปอยู่ที่ 1,286.20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นแรงเทขายทองคำครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่ง และทำให้ราคาทองดิ่งลงไปต่ำกว่าระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2553 เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดวงเงินอัดฉีดเข้าซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) ในปลายปีนี้
“ถ้อยแถลงจากเฟดคือสัญญาณสุดท้ายที่บ่งชี้ว่าภาวะตลาดกระทิงของทองคำกำลังสิ้นสุดลงแล้ว” เฟรเดอริค ดูเบรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท บลู สตาร์ แอดไวเซอร์ กล่าวกับบลูมเบิร์ก ซึ่งในปีนี้นักลงทุนเทขายทองคำไปแล้วถึง 520.7 ตัน คิดเป็นเงิน 2.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
บลูมเบิร์กยังได้สำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 54 คน ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าเฟดจะลดปริมาณการอัดฉีดลงเหลือเดือนละ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ก.ย.นี้ และจะเริ่มยุติมาตรการคิวอีลงในเดือน มิ.ย. 2557
ด้านตลาดหุ้นทั่วโลกก็ยังคงดิ่งลงในแดนลบอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการเฟดส่งสัญญาณการชะลอมาตรการคิวอี โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลบถึง 353.87 จุด หรือ 2.34% มาอยู่ที่ 14,758.32 จุด เอสแอนด์พี 500 ปิดลบ 2.5% และแนสแด็ก คอมโพสิต ลบ 2.28% ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียเคลื่อนไหวในแดนลบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว พลิกกลับมาปิดบวกได้ 1.66% ไปปิดที่ 13,230.13 จุด เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง ดีดตัวกลับมาปิดลบเล็กน้อย 0.59% อยู่ที่ 20,263.31 จุด และเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปิดลบ 0.52% เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีน ซึ่งล่าสุดระบบการเงินของจีนกำลังขาดสภาพคล่อง และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมระหว่างธนาคารพุ่งขึ้นตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เอเอฟพี รายงานว่า อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคาร ได้พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 11.62% เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มิ.ย. เนื่องจากปัญหาขาดสภาพคล่องและทำให้ภาคธนาคารไม่สามารถปล่อยกู้ระหว่างกันได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ซบเซาลงทั้งในด้านการค้าและการผลิต ทว่าอัตราดอกเบี้ยได้ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 8.39% ในเวลาต่อมา เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางจีนจะอัดฉีดเสริมสภาพคล่องช่วยระบบการเงินในประเทศ







