
ศก.โลกฟื้นกูเกิลกำไรพุ่ง37%
บริษัททั่วโลกคึกคักรับไตรมาส1
โซนี่อีริคสันเอเอ็มดีพ้นตัวแดง
โพสต์ทูเดย์
— บริษัทใหญ่ทั่วโลกทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดันผลกำไรพุ่งถ้วนหน้าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น เริ่มส่งผลให้หลายบริษัทยักษ์ใหญ่สามารถทำผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2553 กันได้เพิ่มขึ้น ล่าสุดกูเกิล อิงก์ เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินอันดับ 1 ของโลก รายงานผลกำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 37% พร้อมกับรายได้ที่ปรับตัวขึ้น 23% ไปอยู่ที่ 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.2 แสนล้านบาท)
แพททริก พิแชท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของกูเกิล ระบุว่า รายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากยอดการคลิกแอดโฆษณาที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาดหลัก ซึ่งทำให้กูเกิลมีกำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว 540 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.75 หมื่นล้านบาท)
“
เพื่อมุ่งไปข้างหน้า เราจะยังคงเน้นการลงทุนไปที่นวัตกรรม ทั้งเพื่อกระตุ้นการเติบโตในธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ๆ รวมไปถึงช่วยสร้างอนาคตของเว็บแห่งนี้ด้วย” เอเอฟพี อ้างแถลงการณ์ของพิแชทอย่างไรก็ตาม ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 37% กลับไม่สามารถดึงดูดนักลงทุน โดยหุ้นของกูเกิลดิ่งลงถึง 5% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มวิตกถึงบทบาทของ อีริก ชมิดท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิล ที่หายหน้าไปจากการแถลงข่าวผลประกอบการณ์เป็นครั้งแรก
วันเดียวกัน โซนี่ อีริคสัน บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่จากสวีเดน ก็ประกาศผลกำไรไตรมาสแรกเช่นกันที่ 21 ล้านยูโร (ราว 940 ล้านบาท) หลังจากที่ต้องขาดทุนในไตรมาสที่ผ่านมา
โซนี่ อีริคสัน ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเน้นตลาดระดับไฮเอนด์ รวมถึงความพยายามลดต้นทุน ช่วยทำให้บริษัทพ้นจากภาวะขาดทุนมาได้ แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลงมาอยู่ที่ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.52 หมื่นล้านบาท) ก็ตาม
เบิร์ท นอร์ดเบิร์จ ซีอีโอของโซนี่ อีริคสัน กล่าวว่า สินค้าระดับไฮเอนด์ เช่น โทรศัพท์ในกลุ่มเอ็กซ์พีเรีย X10 และไวราซ ซึ่งเริ่มวางตลาดช่วงปลายไตรมาสแรกนั้นได้รับเสียงตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี นอกจากนี้บริษัทยังลดต้นทุนปฏิบัติการลงมาได้มากในช่วงเดียวกันอีกด้วย
ทางด้านบริษัท แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวส์ (เอเอ็มดี) ผู้ผลิตไมโครโพรเซสเซอร์รายใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกจากสหรัฐ ก็กลับมาทำกำไรในไตรมาสแรกนี้ได้เช่นกัน หลังตลาดคอมพิวเตอร์ปรับตัวดีขึ้น
เดิร์ก เมเยอร์ ซีอีโอของเอเอ็มดี ระบุว่า บริษัทมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 34% ไปอยู่ที่ 1,570 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.07 หมื่นล้านบาท) ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากเพิ่งขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า 418 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.35 หมื่นล้านบาท)







