
จ้างงานสหรัฐฟื้นตัวเกินคาด
หวั่นศก.ดีขึ้นฉุดเฟดชะลอคิวอี3 กูรูเตือนรับมือตลาดทุนผันผวนหนัก
หวั่นศก.ดีขึ้นฉุดเฟดชะลอคิวอี3 กูรูเตือนรับมือตลาดทุนผันผวนหนัก
จ้างงานสหรัฐเดือน พ.ค. ฟื้นตัวดีเกินคาด นักลงทุนหวั่นเพิ่มน้ำหนักให้เฟดชะลอโครงการซื้อสินทรัพย์
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานเดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.75 แสนอัตรา หรือสูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.65 แสนอัตรา และทำให้อัตราการว่างงานสหรัฐเพิ่มขึ้นจาก 7.5% ไปอยู่ที่ 7.6% ทว่าเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากสะท้อนว่าคนเริ่มกลับมาหางานทำในระบบกันมากขึ้น ซึ่งสัญญาณที่ดีขึ้นครั้งนี้ทำให้นักลงทุนยิ่งวิตกมากขึ้นว่า อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจชะลอมาตรการอัดฉีดเข้าซื้อพันธบัตร (คิวอี) ตามมา
บลูมเบิร์ก รายงานอ้างผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 59 คน ซึ่งส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่า เฟดจะมีมติในการประชุมวันที่ 2930 ต.ค. ให้ปรับลดการอัดฉีดเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ลงมาอยู่ที่เดือนละ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.95 ล้านล้านบาท) จากเดิมที่เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.55 ล้านล้านบาท) เนื่องจากคาดว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจมากขึ้น
ทางด้านไฟแนนเชียล ไทมส์ และเอเอฟพี รายงานว่า ตลาดทุนโลกต่างตกอยู่ในภาวะผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงถึง 4% เมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ หลังจากที่นักลงทุนต่างเทขาย เนื่องจากกังวลว่าเฟดจะชะลอการใช้คิวอี หากการจ้างงานปรับตัวดีขึ้น
ความไม่แน่นอนเรื่องคิวอีและการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนในปีหน้านั้น ส่งผลให้นักลงทุนเทขายเงินเหรียญสหรัฐอย่างหนัก ซึ่งล่าสุดวันที่ 7 มิ.ย. เงินเยนแข็งค่าไปแตะ 95.88 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ระหว่างการซื้อขาย ทั้งที่เพิ่งอ่อนค่าลงกว่า 100 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในเดือนที่ผ่านมา
“สถานการณ์ปัจจุบันทำให้นึกถึงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551 ซึ่งเต็มไปด้วยการซื้อขายแบบนี้จนเป็นปกติ ผมไม่คิดว่าคนในธนาคารกลางทั่วโลกจะอยากเห็นอัตราแลกเปลี่ยนและพันธบัตรที่ผันผวนมากเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งพวกเขากำลังเจอทั้งสองเด้งพร้อมๆ กัน” บ็อบ ซาเวจ จากกองทุน เอฟเอ็กซ์ คอนเซปต์ กล่าว
ด้าน ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า จะจับตาสถานการณ์ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ทว่าจะยังไม่ยื่นมือเข้าแทรกแซงแต่อย่างใด หลังจากที่เงินเยนกลับมาแข็งค่าอย่างหนัก โดยมีรายงานว่าบรรดากองทุนเริ่มกลับเข้าไปเก็งกำไรในญี่ปุ่นอีกครั้ง
วันเดียวกัน ธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีของเยอรมนีลงมาอยู่ที่ 0.30% ในปีนี้ จากคาดการณ์เดิมที่ 0.40% และยังลดคาดการณ์ของปีหน้าลงมาอยู่ที่ 1.50% จากเดิมที่ 1.90% ทว่าบุนเดสแบงก์กลับแถลงแนวโน้มที่สวนทางกันว่า เศรษฐกิจเยอรมนีมีทิศทางที่สดใสขึ้น เนื่องวิกฤตการณ์ในกลุ่มยูโรโซนนั้นได้ผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว







