
หุ้นเอเชีย-ญี่ปุ่นร่วงหนัก ไอเอ็มเอฟยันดาเบะโนมิกส์ไม่สะเทือนโลก
หุ้นเอเชียร่วง นำโดยนิกเกอิร่วงลงหนักสุด 5.15% หลังเยนแข็ง นักลงทุนผวาเฟดอาจจะชะลอคิวอี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
หุ้นเอเชียร่วง นำโดยนิกเกอิร่วงลงหนักสุด 5.15% หลังเยนแข็ง นักลงทุนผวาเฟดอาจจะชะลอคิวอี
ตลาดหุ้นเอเชียปิดปรับตัวลดลงรุนแรงกันถ้วนหน้า นำโดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ ปิดตลาดปรับตัวลดลงถึง 5.15% หรือ 737.43 จุด ปิดที่ระดับ 13,589.03 จุด ในขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปรับตัวลดลง 0.31% ปิดที่ระดับ 22,484.31 จุด ส่วนดัชนีคอมโพสิตของเซี่ยงไฮ้ ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.21% ปิดที่ระดับ 2,317.75 จุด
การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นญี่ปุ่น มีปัจจัยมาจากนักลงทุนเทขายหุ้น หลังค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วไปอยู่ที่ 100.61 เยนต่อเหรียญสหรัฐ หลังปิดตลาดญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 พ.ค.
“บรรดานักลงทุนยังคงไม่มั่นใจ และนักลงทุนยังไม่เห็นว่าทิศทางขาลงจะหยุดลง” ฮิโรคาซู คาเบยะ นักกลยุทธ์อาวุโสของไดวะ เซคคิวริตี้ กล่าวหลังตลาดหุ้นนิกเกอิดิ่งลง
ตลาดหุ้นเอเชียที่ดิ่งลงยังได้รับผลพวงมาจากตลาดหุ้นของสหรัฐที่ปิดปรับตัวลดลง โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ในคืนวันที่ 29 พ.ค. ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.69% ปิดที่ระดับ 15,302.80 จุด ในขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.70% ปิดที่ระดับ 1,648.36 ด้านแนสแด็กปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.61% ปิดที่ระดับ 3,467.51 จุด
ทั้งนี้ นักลงทุนในสหรัฐเริ่มไม่แน่ใจอีกครั้งว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ในช่วงไม่กี่วันก่อน ทั้งราคาที่อยู่อาศัยและดัชนีความเชื่อมั่นบริโภคที่พุ่งขึ้นสูงที่สุดในรอบหลายปี ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัวจากกระแสข่าววิตกกังวลจากเฟด
นอกจากนี้ ยังคงมีความไม่แน่นอนในสภาพเศรษฐกิจของโลก หลังองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ได้ตัดลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกลงไปอยู่ที่ 3.1% จาก 3.4%
วันเดียวกัน ทางด้าน เดวิด ลิปตัน รองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า นโยบายทางการเงินและการคลังของญี่ปุ่น ซึ่งเรียกกันสั้นๆ ว่านโยบายเศรษฐกิจแบบ “อาเบะโนมิกส์” นั้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกแต่อย่างใด
“เราไม่เห็นหลักฐานที่ระบุว่านโยบายของญี่ปุ่นทำให้เกิดการล้นทะลักของเงิน หรือเงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่น” ลิปตัน กล่าว ในขณะที่แถลงต่อผู้สื่อข่าวหลังเข้าพบกับบรรดาผู้นำจีน
รองกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ กล่าวด้วยว่า อัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่นได้อ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ได้เริ่มใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกับบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่แข่งขันกับญี่ปุ่นในการส่งออก แต่ไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจจีน
ขณะเดียวกัน ทางด้านเศรษฐกิจฟิลิปปินส์กำลังได้รับการจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่ร้อนแรงสวนทางกับเศรษฐกิจโลก โดยตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกในปีนี้ อยู่ที่ 7.8% ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวในภาคบริการ อุตสาหกรรม และการบริโภคภายในประเทศ
ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์นับเป็นประเทศที่มีการขยายตัวที่มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แซงหน้าจีนที่ขยายตัวอยู่ที่ 7.7% และนับเป็นการขยายตัวที่มากที่สุดของฟิลิปปินส์นับตั้งแต่ปี 2553







