
ญี่ปุ่นยกหนี้พม่าดันติละวา
ญี่ปุ่นยกหนี้-เพิ่มความช่วยเหลือเมียนมาร์ เอกชนญี่ปุ่นส่อหนีไทยเหตุแรงงานแพง
ญี่ปุ่นยกหนี้-เพิ่มความช่วยเหลือเมียนมาร์ เอกชนญี่ปุ่นส่อหนีไทยเหตุแรงงานแพง
นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ประกาศในระหว่างการเดินทางเยือนเมียนมาร์ ยกหนี้ให้กับรัฐบาลเมียนมาร์ 1,740 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากเมื่อปีที่แล้วยกหนี้ให้ไปแล้ว 3,580 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับให้เงินกู้อีก 5.1 หมื่นล้านเยน โดยส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชนญี่ปุ่นใกล้กับนครย่างกุ้งด้วย
ญี่ปุ่นได้ตกลงที่จะยกหนี้และเพิ่มความช่วยเหลือให้กับเมียนมาร์ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากที่เมียนมาร์สามารถปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจได้ตามเงื่อนไข โดยในส่วนของความช่วยเหลือครั้งใหม่มูลค่า 5.105 หมื่นล้านเยนนั้น จะมีระยะเวลาใช้คืนนาน 40 ปี โดยมีดอกเบี้ยที่ 0.01%
รายงานระบุว่า เงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่ง 2 หมื่นล้านเยนจะได้รับการนำไปพัฒนาระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคไฟฟ้าในพื้นที่โดยรอบเมืองย่างกุ้ง และขยายไปยังนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือติละวา ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเมืองย่างกุ้งนัก และเป็นนิคมที่เอกชนญี่ปุ่นได้รับสัมปทานพัฒนาอยู่ นอกจากนั้นก็จะนำไปใช้พัฒนาการวางระบบสายส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ และพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคในพื้นที่ชนบทด้วย
ทว่า ในความช่วยเหลือครั้งใหม่นี้ไม่มีการอ้างถึงโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท อิตาเลียนไทย แต่อย่างใด
ทั้งนี้ อาเบะ ซึ่งเป็นผู้นำญี่ปุ่นที่เดินทางเยือนเมียนมาร์เป็นคนแรกในรอบ 36 ปี กล่าวต่อผู้สื่อข่าวในระหว่างเยือนเมียนมาร์ว่า การสนับสนุนเมียนมาร์นั้นจะนำไปสู่การเติบโตของญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนญี่ปุ่นกำลังพิจารณาลงทุนในเมียนมาร์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีค่าแรงถูกที่สุดในเอเชีย โดยตามข้อมูลขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ระบุว่า ต้นทุนต่อแรงงานเมียนมาร์ 1 คนต่อ 1 ปีนั้นอยู่ที่ราว 1,100 เหรียญสหรัฐเท่านั้น (ราว 3.3 หมื่นบาท) ซึ่งคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายแรงงานเวียดนาม และถูกกว่าแรงงานไทยถึง 1 ใน 6
ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาบริษัทญี่ปุ่นยังพยายามกระจายการลงทุนมายังเมียนมาร์มากยิ่งขึ้นจากปัญหาค่าแรงที่แพงขึ้นทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ขณะที่ความสัมพันธ์กับจีนก็ไม่สู้ดีนัก







