
อียูจ่อบี้กฏหมายภาษี"กูเกิล"ใช้ช่องโหว่ตามแอปเปิล
สหภาพยุโรปเอาจริงถกประเด็นการเลี่ยงภาษี หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกใช้ช่องโหว่หลีกเลี่ยงภาษีมหาศาล แฉกูเกิลใช้วิธีเดียวกับแอปเปิล
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สหภาพยุโรปเอาจริงถกประเด็นการเลี่ยงภาษี หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกใช้ช่องโหว่หลีกเลี่ยงภาษีมหาศาล แฉกูเกิลใช้วิธีเดียวกับแอปเปิล
รอยเตอร์ส รายงานว่า การประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ในวันนี้ คาดว่าจะคุยเรื่องการใช้ช่องโหว่กฎหมายเลี่ยงการชำระภาษีมหาศาลของบริษัทข้ามชาติเป็นเรื่องหลัก หลังสหรัฐพบบริษัทใหญ่หลายแห่งใช้ช่องว่างกฎหมายตั้งบริษัทลูกและโอนรายได้ไปต่างประเทศที่มีอัตราภาษีธุรกิจต่ำเพื่อเลี่ยงภาษี
รายงานระบุว่า หลายชาติยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสและอังกฤษ เรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายการจัดเก็บภาษีให้รัดกุมขึ้น หลังพบว่าแอปเปิลจ่ายภาษีเพียง 2% ของรายได้ในต่างประเทศทั้งหมด 7.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) โดยใช้ช่องว่างกฎหมายของสถานะผู้เสียภาษีที่ต่างกันของสหรัฐและไอร์แลนด์ ซึ่งยังมีบริษัทข้ามชาติสหรัฐรายอื่นๆ เช่น ซิสโก และยาฮู กระทำในลักษณะเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอปเปิล อิงค์ ยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด และจ่ายภาษีครบถ้วน
กรณีข้างต้นยังสอดคล้องกับสถานการณ์ในอังกฤษ ที่พบว่าบริษัท อเมซอน ในอังกฤษ จ่ายภาษีเพียง 3.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 111 ล้านบาท) จากรายได้ทั้งหมด 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.95 แสนล้านบาท) ในปีที่แล้ว เช่นเดียวกับกูเกิลและสตาร์บัคส์ที่มีรายงานในกรณีเดียวกัน
รอยเตอร์ส ระบุว่า ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียูครั้งนี้ อาจกดดันให้ออสเตรียและลักเซมเบิร์กยอมผลักดันให้ภาคธนาคารโปร่งใสขึ้น หลังสัปดาห์ที่แล้ว ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการแลกเปลี่ยนข้อมูลธนาคารโดยอัตโนมัติ เพื่อแก้ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี ที่ภายในสหภาพยุโรปนั้นมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านยูโร (ราว 37.93 ล้านล้านบาท) ต่อปี
บลูมเบิร์ก รายงานว่า กูเกิล อิงค์ ก็ใช้วิธีการเลี่ยงภาษีเหมือนกับแอปเปิล โดยตั้งบริษัทลูกในต่างประเทศและย้ายผลกำไรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศผ่านไอร์แลนด์และเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะโอนไปยังเบอร์มิวดาเพื่อเลี่ยงภาษีราว 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) ต่อปี ซึ่งเบอร์มิวดาเป็นประเทศที่ไม่มีการเก็บภาษีจากบริษัทที่ดำเนินการในประเทศ
นอกจากนี้ รัฐสภาอังกฤษเคยตั้งคำถามกับกูเกิลถึง 2 ครั้งเกี่ยวกับการใช้ช่องโหว่ทางภาษี และกูเกิลเองยังเคยถูกเจ้าหน้าที่ภาษีฝรั่งเศสเรียกเก็บภาษีย้อนหลังสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ซามานตา สมิท โฆษกของกูเกิลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว







