posttoday
เยนอ่อนหนุนศก. ญี่ปุ่นคืนชีพส่งออก-รายได้เอกชนสดใส

เยนอ่อนหนุนศก. ญี่ปุ่นคืนชีพส่งออก-รายได้เอกชนสดใส

21 พฤษภาคม 2556

ญี่ปุ่นเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจ คาดฟื้นตัวอย่างช้าๆ อานิสงส์เยนอ่อนทะลุ 103 เยนต่อเหรียญสหรัฐช่วยหนุนส่งออก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ญี่ปุ่นเพิ่มแนวโน้มเศรษฐกิจ คาดฟื้นตัวอย่างช้าๆ อานิสงส์เยนอ่อนทะลุ 103 เยนต่อเหรียญสหรัฐช่วยหนุนส่งออก กูรูเตือนแผนอัดฉีดส่อทำบอนด์ผันผวน

สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศปรับเพิ่มการประเมินเศรษฐกิจพื้นฐานในเดือน พ.ค. เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ภายหลังค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง ช่วยหนุนให้ภาคส่งออกปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของภาคส่งออก ซึ่งเป็นผลพวงจากนโยบายการเงินของรัฐบาล” รายงานประเมินสภาพเศรษฐกิจเดือน พ.ค.ระบุ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยกระดับการประเมินแนวโน้มการเติบโต 3 ใน 14 ภาคส่วน ได้แก่ภาคส่งออก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และผลประกอบการภาคเอกชนว่า กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในธุรกิจ ก็เริ่มสดใสและแม้ปัจจุบันเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอยู่ในภาวะเงินฝืดเล็กน้อย ทว่ามีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

รายงานดังกล่าว สอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ในเดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 หลังได้รับแรงหนุนจากภาคส่งออก โดยแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จุดกระแสคาดการณ์ว่า ในการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 21-22 พ.ค. ผู้กำหนดนโยบายจะยังคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องไปอีก

“ภาคอุตสาหกรรมที่ซบเซา ฉุดรั้งภาคบริการให้หยุดชะงัก ทว่าเงินเยนที่อ่อนค่า ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของภาคการผลิต จึงมีความเป็นไปได้สูงที่บีโอเจ จะยังคงมาตรการเชิงรุกเช่นนี้ต่อไป” ฮิโรชิ มิยาซากิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าว

นอกจากนี้ ทิศทางเศรษฐกิจที่สดใสขึ้น สอดคล้องกับรายงานผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แดนปลาดิบในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ที่ขยายตัว 3.5% เพิ่มขึ้นจากช่วงสิ้นปี 2555 ที่โตเพียง 1% หลังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนอ่อน

ล่าสุด เงินเยน ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 102.63 เยนต่อเหรียญสหรัฐ หลังแตะ 103.23 เยนต่อเหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ทิศทางตลาดหุ้นนิกเกอิ ดีดตัว 1.3% ทะลุ 1.5 หมื่นจุดเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

ความเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนว่าการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของรัฐบาล ช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาวะเงินฝืดของประเทศ

กระนั้นก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรวมถึง โชโกะ ฟุจิตะ จากแบงก์ออฟอเมริกาในญี่ปุ่นมองว่า มาตรการดังกล่าว กำลังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ญี่ปุ่นผันผวนมากขึ้น เป็นเหตุให้นักลงทุนเทขายพันธบัตรญี่ปุ่นและแห่ซื้อตราสารหนี้ต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความพยายามของบีโอเจในการแก้ปัญหาราคาพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้น อาจไม่ได้ผล

“เป้าหมายของบีโอเจ คือการดูแลตลาดพันธบัตรที่มีความผันผวนสูงให้มีเสถียรภาพ ด้วยการกดอัตราผลตอบแทนให้ต่ำลง ทว่าแผนกระตุ้นดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดภาวะราคาผันผวนอย่างไม่ตั้งใจ” ฟุจิตะ กล่าว

ทั้งนี้ ผลสำรวจของบลูมเบิร์กและสมาพันธ์วิเคราะห์การเงินแห่งยุโรป พบว่า อัตราความผันผวนของราคาตราสารหนี้ญี่ปุ่นในปีนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.6% มาอยู่ที่ 3.66% ซึ่งเป็นระดับความผันผวนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดตราสารหนี้อีก 26 แห่งทั่วโลก โดยภายหลังจากการประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของบีโอเจ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ดิ่งลงทันทีสู่ระดับต่ำสุด 0.315% ก่อนดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ต่อมาที่ 0.92% ซึ่งหากเทียบกับตลาดพันธบัตรของเยอรมนีมีความผันผวนเพิ่มขึ้นที่ 0.48% ขณะที่ตลาดบอนด์ของสหรัฐ ผันผวนเพิ่มขึ้น 0.07%

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI