
แนะอียูลุยอัดฉีดศก.ตามญี่ปุ่น
เลิกรัดเข็มขัดใช้มาตราการ‘คิวอี’แทนกูรูชี้ได้ผลหนุนเศรษฐกิจแดนปลาดิบโต
เลิกรัดเข็มขัดใช้มาตราการ‘คิวอี’แทนกูรูชี้ได้ผลหนุนเศรษฐกิจแดนปลาดิบโต
กูรูแนะยุโรปเลิกรัดเข็มขัด ลุยอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้อาเบะโนมิกส์ได้ผลดันแดนปลาดิบโต
เอเอฟพีเปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายสำนัก ซึ่งเสนอแนะให้ยุโรปเดินตามรอยญี่ปุ่นด้วยการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแทนการใช้มาตรการรัดเข็มขัด ภายหลังในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจแดนปลาดิบขยายตัว 0.9% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส นับเป็นตัวเลขที่ดีเกินคาด ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะถดถอย
“เศรษฐกิจญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งวันหลังยูโรโซนประกาศว่าเศรษฐกิจได้เข้าสู่ภาวะถดถอย ญี่ปุ่นก็ประกาศว่าเศรษฐกิจโต ดังนั้นนโยบายอาเบะโนมิกส์จึงดูจะเป็นทางออกที่น่าสนใจไม่น้อย” คริสเตียน ชูลซ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารเบเรนแบงก์ในเยอรมนี กล่าว
สอดคล้องกับความเห็นของอาค์โนด์ มงต์บูรก์ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมฝรั่งเศส ซึ่งชี้ว่า มาตรการคิวอีส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐเช่นเดียวกัน และยุโรปก็สามารถใช้นโยบายดังกล่าวได้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1.2% ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
อย่างไรก็ตาม มาตรการคิวอีนั้นถูกคัดค้านอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ยุโรปหลายราย โดยเฉพาะ เจอร์เก็น สตาร์ค อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งเตือนว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจนั้น จะนำไปสู่การฟื้นตัวที่ไม่ยั่งยืน และที่สำคัญคือ เสี่ยงสร้างฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากแคปิตอล อีโคโนมิกส์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจชื่อดัง เตือนว่า การที่เศรษฐกิจแดนปลาดิบขยายตัวนั้น อาจส่งผลให้รัฐบาลปรับขึ้นภาษี ซึ่งท้ายที่สุดก็จะฉุดการบริโภคภายในประเทศ พร้อมกับฉุดเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง
ทั้งนี้ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 42 ล้านล้านบาท) ซึ่งช่วยกดเงินเยนของญี่ปุ่นให้อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนอยู่ที่ราว 102.50 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
ในทางตรงกันข้ามนั้น ยุโรปกลับดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวดเพื่อหวังแก้วิกฤตหนี้ โดยล่าสุดทางฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส ต่างขอผ่อนผันเส้นตายการตัดลดตัวเลขขาดดุล หลังไม่สามารถทำตามเป้าเดิมได้
“ญี่ปุ่นกำลังมุ่งหน้าอัดฉีดเงินอย่างเต็มที่ แม้ระดับหนี้สาธารณะของประเทศจะมีมูลค่ามากกว่าเศรษฐกิจถึงสองเท่าก็ตาม” เอเอฟพี ระบุ







