
เงินร้อนท่วมตลาดอสังหาฯสัญญาณฟองสบู่คัมแบ็ก
นักวิเคราะห์เตือนภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ เติบโตร้อนแรงเกิน หวั่นภาวะฟองสบู่ก่อตัวอีกครั้งหลังปี 2008
นักวิเคราะห์เตือนภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ เติบโตร้อนแรงเกิน หวั่นภาวะฟองสบู่ก่อตัวอีกครั้งหลังปี 2008
บรรดานักวิเคราะห์ในสหรัฐต่างออกโรงเตือนว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอาจเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะฟองสบู่อีกครั้ง หลังจากที่ตลาดซื้อขายบ้านตั้งแต่ในนิวยอร์กไปจนถึงแคลิฟอร์เนีย ต่างกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งผ่านจุดต่ำสุดในปี 2555 ที่ผ่านมา โดยราคาที่อยู่อาศัยเดือน มี.ค.ปีนี้ ปรับตัวขึ้นถึง 11% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หรือปรับตัวขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่ยุคฟองสบู่ในปี 2006
ฟอร์จูนและบลูมเบิร์ก รายงานว่า หลังจากที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในรอบ 8 ปีมาได้เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ราคาที่อยู่อาศัยทั่วสหรัฐก็ได้ปรับตัวขึ้นไปถึง 6% ในปี 2012 หรือมากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ และมีทิศทางขาขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ โดยที่อยู่อาศัยในหลายเมืองนั้นมีราคาปรับตัวขึ้นเร็วกว่าอัตรารายได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องการชำระหนี้ตามมา
“หากราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นในระดับนี้ต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน เราจะเกิดฟองสบู่ขึ้น และประชาชนก็จะเป็นผู้ที่ต้องเจ็บตัวในที่สุด” ดีน เบเกอร์ ผู้อำนวยการร่วมของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและนโยบายในสหรัฐ กล่าว
ทางด้านบริษัทข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ทรูเลีย ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐในภาพรวมนั้น อาจเกิดหรือไม่เกิดฟองสบู่ขึ้นก็เป็นได้ ทว่าสิ่งที่พบในหลายเมืองขณะนี้ก็คือราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นกว่ามูลค่าตลาดไปแล้ว เช่น เขตออร์เรนจ์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีราคาสูงกว่ามูลค่าตลาดถึง 9% และในเมืองออสติน รัฐเทกซัส ก็มีราคาร้อนแรงถึง 7%
นอกจากนี้ ราคาที่อยู่อาศัยซึ่งปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ก็ยังเป็นการปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าในช่วงฟองสบู่ของปี 2003 2004 และ 2005 แม้ว่าราคาบ้านในปัจจุบันจะยังไม่แตะระดับของฟองสบู่ก็ตาม
ทางด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายเมืองใหญ่กำลังเติบโตอย่างคึกคัก โดยในเซาท์ฟลอริดานั้น กำลังมีการสร้างคอนโดมิเนียมใหม่ผุดขึ้นมาถึง 3,300 ยูนิต ซึ่งนับเป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา
ทิศทางขาขึ้นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินมาตรการกระตุ้นการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ด้วยการออกมาตรการช่วยซื้อสินทรัพย์ที่อิงกับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เดือนละ 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยสามารถฟื้นตัวจากภาวะต่ำสุดในรอบ 8 ปีมาได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาที่อยู่อาศัยจะยังไม่สูงขึ้นถึงจุดอันตราย ทว่านักวิเคราะห์หลายคน เช่น สแตน ฮัมฟรีย์ จากซิลโลว์ อิงค์ และมาร์ค วิทเนอร์ จากเวลส์ ฟาร์โก ได้ออกโรงเตือนว่าราคาบ้านในหลายเมืองนั้นกำลังปรับตัวขึ้นไปใกล้จุดที่ไร้เสถียรภาพ และเป็นทิศทางที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากเมื่อช่วงต้นปี 2012 ซึ่งมหาเศรษฐีนักลงทุน วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวไว้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในภาวะตกต่ำ
“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากเมื่อปีที่แล้ว จากที่ได้ยินเรื่องราวการขาดทุนหรือต้องสูญเงินจากตลาดบ้าน คุณกลับได้เห็นการซื้อขายอย่างบ้าคลั่งแทน” พอล วิลเลน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของเฟด สาขาบอสตัน กล่าว







