
‘อียู’เตรียมเคาะแผนช่วยเหลือกรีซ
โพสต์ทูเดย์ — อียูเตรียมสรุปแผนเผยช่วยเหลือกรีซ แต่เยอรมนีเผยยังคงเป็นเพียงหลักการเท่านั้น
รายงานข่าวของเอเอฟพีอ้างคำพูดของ คริสทอฟ สตีกมันส์ โฆษกของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล เปิดเผยว่า มาตรการที่ทางรัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรป (อียู) เสนอยังคงเป็นเพียงหลักการเท่านั้น
สตีกมันส์ ย้ำว่ามาตรการการช่วยเหลือดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าจะถูกนำมาปฏิบัติใช้ในทันที แต่มันจะเป็นมาตรการแรกที่จะถูกเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมอียู
ก่อนหน้านี้ มีข่าวออกมาว่ารัฐมนตรีคลังของอียูทั้ง 16 ประเทศ ได้เห็นชอบผ่านทางการประชุม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถึงรายละเอียดของแผนช่วยเหลือวิกฤตการเงินของกรีซ ว่าจะให้เงินกู้ยืมมูลค่า 3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) แก่รัฐบาลกรีซในปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือจากทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อีก 1.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 6.5 แสนล้านบาท) โดยเงินช่วยเหลือทั้งสองก้อนนั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% ตามมาตรฐานของไอเอ็มเอฟ ภายในระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี
ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกรีซ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดทั่วไปถึงกว่า 7%
ตามรายงานข่าวระบุว่า ภายใต้แผนนี้เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป จะให้เงินช่วยเหลือราว 8,400 ล้านยูโร (ราว 3.64 แสนล้านบาท) ซึ่งทาง ไมเคิล ออฟเฟอร์ โฆษกกระทรวงการคลังของเยอรมนี กล่าวว่า ความเห็นคัดค้านอย่างรุนแรงจากผู้ที่ร่วมโหวตแผนการช่วยเหลือนั้นสอดคล้องกับทางรายงานของรอยเตอร์ส ซึ่งระบุว่าถ้าแผนการช่วยเหลือไม่ได้รับความเห็นด้วยจากทางรัฐบาลเยอรมนี ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าแผนการช่วยเหลือนั้นอาจจะถูกยับยั้ง
นอกจากนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์ของเยอรมนีหลายฉบับ ต่างก็ออกมาเขียนโจมตีแมร์เกิลต่อความเห็นชอบดังกล่าวอีกด้วย
สำหรับโฆษกของรัฐบาลกรีซ ก็ออกมาแสดงความเห็นชอบกับแผนดังกล่าว โดยออกมาระบุว่า แผนนี้เป็นเรื่องที่ปลอดภัย และสนับสนุนกลไกของทางรัฐบาลกรีซ
นักวิเคราะห์ กล่าวว่า รัฐบาลกรีซกำลังจับตาความเคลื่อนไหวว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อแผนช่วยเหลือ เพื่อที่ว่าจะได้เตรียมที่จะกู้ยืมเงินซึ่งคาดว่าก้อนแรกจะอยู่ที่ราว 1.15 หมื่นล้านยูโร (ราว 4.98 แสนล้านบาท) ภายในเดือน พ.ค. นี้ ส่วนอีกก้อนหนึ่งจะอยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.39 ล้านล้านบาท)
ด้านฌอง โคลด ตริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรป แสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า ข้อตกลงที่ทางรัฐมนตรีคลังของอียูได้ร่างขึ้นนั้น คาดว่าจะส่งผลดีต่อสถานการณ์ของกรีซ







