posttoday
ต่างชาติจับกระแสทิศทางเศรษฐกิจไทยในมรสุมม็อบ

ต่างชาติจับกระแสทิศทางเศรษฐกิจไทยในมรสุมม็อบ

10 เมษายน 2553

...ทีมข่าวต่างประเทศ

ไม่มีประเด็นใดที่เกี่ยวกับไทยที่จะสามารถดึงความสนใจของนานาประเทศได้เท่ากับการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มคนเสื้อแดงสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ชั้นนำยังคงจับตาและแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทิศทางของเศรษฐกิจไทยในช่วงก่อน ระหว่างและหลังการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดง

ในฐานะที่ไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในฐานะที่ไทยฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในฐานการลงทุนหลักจากทั่วโลก ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บรรดาสื่อและกูรูทั้งหลายจะต้องประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและผลกระทบต่อพื้นฐานเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ทำการสัมภาษณ์ วินสตัน เฮอร์เรรา จากบริษัท ออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ แบงกิง กรุ๊ป ที่กล่าวว่า นักลงทุนในประเทศไม่ตื่นตูมกับสถานการณ์การเมืองของไทยมากนัก

“วิกฤตการณ์ทางการเมืองดำเนินมายาวนานระยะหนึ่ง และประชาชนเริ่มรู้สึกชินชา เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์แล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับไทยถือว่าค่อนข้างสงบ”

หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดในไทยว่า เป็นปัญหาในเชิงช่องว่างระหว่างคนจนกับชนชั้นนำที่ร่ำรวย โดยระบุว่าไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ ปัญหาที่แท้จริงก็คือ กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชนบทที่ยากจนต้องการสิทธิและเสียงของตน

หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจชั้นนำของโลก ยังระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดงต้องการสะท้อนเสียงตามกระบวนการประชาธิปไตยของตน และต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจยุบสภาและจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด คนเสื้อแดงหลายรายยังระบุกับสื่อต่างประเทศว่า พร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ขณะที่นายอภิสิทธิ์พยายามหาหนทางประนีประนอมเพื่อให้ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มที่กุมอำนาจทางการเมืองพึงพอใจ และเห็นได้ชัดว่านายอภิสิทธิ์ต้องการทางออกที่สันติอย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากการที่ตำรวจพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม

อย่างไรก็ตาม วอลสตรีต เจอร์นัล ระบุว่า แม้นายอภิสิทธิ์จะพยายามรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างตั้งใจจริง แต่หากนายอภิสิทธิ์ปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปโดยไม่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มคนเสื้อแดง ฝ่ายตรงข้ามก็จะยิ่งทวีความไม่พอใจรุนแรงยิ่งขึ้น

ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นยังคงรายงานสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ และภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยและเข้ามาทำงานไทย โดยเฉพาะในย่านราชประสงค์

ซีเอ็นเอ็น ได้ทำการสัมภาษณ์ คาเมรอน วูล์ฟ ชาวอเมริกันที่อาศัยในกรุงเทพฯและทำงานในย่านราชประสงค์ ที่ระบุว่า สถานการณ์ค่อนข้างไม่รุนแรง แต่การทำธุรกิจไม่เป็นไปตามปกติ และการจัดการประชุมระดับนานาชาติที่มีกำหนดจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนที่แล้วจำเป็นต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ

ขณะที่ เครก แฮร์ริงตัน ชาวสหรัฐวัย 34 ปี ที่ทำงานกับบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำของไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เคยคิดจะมาเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวสเปน ได้ยกเลิกการเดินทางมาไทยเพราะต้องการหลีกเลี่ยงการชุมนุมประท้วง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวชาวสเปนยังเลือกที่จะเดินทางไปยังละตินอเมริกา เพราะมีราคาถูก ไม่มีปัญหาเรื่องภาษาที่ใช้สื่อสาร และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีการชุมนุมประท้วง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI