
บทเรียนจากเวิ่นชวน
เช้าวันเสาร์ของสัปดาห์ถือเป็นวันสบายๆ ที่หลายคนชื่นชอบเป็นพิเศษ
เช้าวันเสาร์ของสัปดาห์ถือเป็นวันสบายๆ ที่หลายคนชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะจะได้นอนเอกเขนกไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปประกอบกิจกรรมระหว่างวัน ทว่าเหตุแผ่นดินไหวที่หย่าอัน???? ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.02 ของวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา กลับปลุกชาวเสฉวนหลายแสนชีวิตให้ตื่นจากภวังค์และเข้าสู่โลกแห่งความจริงที่ชวนให้อกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน แรงสั่นสะเทือนขนาด 7 ริกเตอร์ เขย่าให้พื้นที่โดยรอบกว่า 13 เมือง ได้รับความเสียหายมากน้อยตามลำดับ โดยเฉพาะบ้านเรือนในเมืองเป่าซิง???? ถือว่าเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างไม่ทันได้เตรียมใจ
แม้ว่าจำนวนผู้ประสบภัยและความเสียหายจะไม่รุนแรงเท่ากับแผ่นดินไหวที่เวิ่นชวนซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ ก็สร้างบาดแผลในใจให้แก่ครอบครัวผู้เสียหายอย่างปฏิเสธไม่ได้
หย่าอันเป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหลูซาน มณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตูราว 130 กิโลเมตร ชาวเฉิงตูจึงรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในครั้งนี้ และรับรู้ถึงความสั่นสะเทือนมากกว่าแผ่นดินไหวที่เวิ่นชวน ที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้เป็นที่รู้จักในนาม “ประตูสู่ทิเบต” “ช่องทางสู่เสฉวนตะวันตก” อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย
ที่น่าสนใจก็คือ หย่าอัน เป็นสถานที่ที่ค้นพบแพนด้าตัวแรกของโลก โดยมีการส่งมอบแพนด้าจำนวน 127 ตัว ให้แก่รัฐบาล ในจำนวนนี้มีอยู่ 16 ตัว ที่ทำหน้าที่เป็นทูตเชื่อมสัมพันธ์กับนานาประเทศและถูกส่งไปยังประเทศต่างๆ หลังเหตุแผ่นดินไหวที่เวิ่นชวน ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นฐานการขนย้ายแพนด้าที่สำคัญของเขตอนุรักษ์แพนด้าว่อหลง โชคดีที่แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่สร้างความเสียหายให้แก่ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าแห่งนี้แต่อย่างใด
สภาพภูมิอากาศของเมืองแห่งนี้มักปกคลุมไปด้วยฝน จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งฝน” มีภาษิตกล่าวถึงสภาพอากาศของที่นี่ไว้ว่า “หย่าอันไร้ซึ่งวันฟ้าใสติดต่อกัน 3 วัน” เนื่องจากเป็นเขตภูเขาประกอบกับมีอาฟเตอร์ช็อกนับพันครั้ง ส่งผลให้มีก้อนหินบนเขาหล่นลงมาเป็นระยะๆ เส้นทางการคมนาคมบางสายถึงกับถูกตัดขาด เพิ่มความยากลำบากในการลำเลียงอาหารและผู้ประสบภัยไปยังที่ที่ปลอดภัย และเพิ่มความเสี่ยงให้แก่หน่วยกู้ภัยเป็นอย่างมาก แต่ทุกฝ่ายก็ไม่ได้ย่อท้อ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกำลังใจของผู้นำประเทศและแรงสนับสนุนจากผู้คนทุกแวดวง ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพลังในการขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น
หากพิจารณาจากการทำงานของหน่วยกู้ชีพ หน่วยซ่อมแซมถนนหนทาง หน่วยสั่งจ่ายไฟฟ้า หน่วยกู้สัญญาณโทรคมนาคม หน่วยเสบียงอาหาร ฯลฯ ที่เร่งระดมคนมาทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ จะพบว่ามีความเป็นมืออาชีพ มีความเป็นวิทยาศาสตร์ มีความเป็นระบบระเบียบกว่าการทำงานในช่วงแผ่นดินไหวที่เวิ่นชวนเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงการสั่งสมประสบการณ์ในการรับมือกับภัยธรรมชาติที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ในบางแง่มุม การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหมือนการทำสงคราม เพราะเมื่อสงครามปะทุขึ้น ใช่ว่าทุกคนจะหยิบอาวุธไปต่อสู้เพื่อแสดงถึงความรักชาติ ทว่าคนหมู่มากจำเป็นต้องคอยเป็นกำลังหนุนที่คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง และประจำการอยู่ในตำแหน่งที่ตนได้รับมอบหมาย
อาสาสมัครก็เช่นกันมักเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอาทรที่มีให้แก่เพื่อนร่วมชาติ พวกเขาไม่เกรงกลัวต่ออันตราย ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากที่รออยู่ตรงหน้า และไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ จากสังคม แต่การที่คนเหล่านี้พร้อมใจกันไปรวมตัวกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งๆ ที่ยังขาดประสบการณ์ ก็เป็นดาบสองคมที่อาจสร้างภาระให้แก่หน่วยกู้ชีพก็เป็นได้
ด้วยเหตุนี้เอง นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง????? ซึ่งเดินทางไปบัญชาการแผนรับมือเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ จึงออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีความจำเป็นเข้าไปในพื้นที่ประสบภัย เพราะเรียนรู้จากเหตุแผ่นดินไหวที่เวิ่นชวนว่าอาสาสมัครที่มีใจเต็มร้อยแต่ไร้ซึ่งประสบการณ์ รังแต่จะสร้างความยากลำบากให้แก่การกู้ภัยที่ต้องอาศัยความชำนาญและทำงานแข่งกับเวลา เพราะทุกวินาทีย่อมหมายถึงลมหายใจที่อิดโรยลงเรื่อยๆ ของผู้ประสบภัย
ภาพลักษณ์ของผู้นำท่านนี้ที่ปรากฏสู่สายตาชาวจีน แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง ความเด็ดขาด และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของปัญหา จึงสามารถกำหนดนโยบายรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่เห็นกันอยู่ แต่ถึงกระนั้นการเดินทางไปให้กำลังใจผู้ประสบภัย และสัมผัสชีวิตและรับรู้ถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของประชาชน ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือที่เกิดประสิทธิผล ผู้ประสบภัยหลากหลายเพศวัยต่างตื้นตันใจกับความอาทรของผู้นำท่านนี้อย่างสุดซึ้ง และถือเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้พวกเขาพร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่อไป
นับแต่เหตุแผ่นดินไหวที่เวิ่นชวนเรื่อยมาจนถึงแผ่นดินไหวในครั้งนี้ เราได้เห็นพัฒนาการและความเป็นมืออาชีพในการรับมือกับมหันตภัยที่คอยคุกคามสวัสดิภาพประชาชนในมณฑลแห่งนี้ ความตื่นตัวในการรับมือกับภัยพิบัติของประชาชนที่มีความเป็นระเบียบมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา การให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและพลังมหาชนที่คอยส่งสิ่งของจำเป็นไปยังเขตประสบภัยอย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินลดลงอย่างมาก ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและโครงสร้างบ้านเรือนของเขตที่สุ่มเสี่ยงกับเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งก็เป็นแนวทางการรับมือกับเหตุแผ่นดินไหวในครั้งต่อไป
ธารน้ำใจและความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชาติในทุกช่วงเวลาที่มีเหตุภัยพิบัติ แสดงให้เห็นถึงการผนึกกำลังของชาวจีนที่มีประวัติความเป็นมายาวนานหลายพันปี ต่อจากนี้ผู้นำรัฐบาลชุดใหม่ก็ยังคงสานต่อภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบที่พึงมีต่อประชาชนทุกคน โดยยึดเอาสวัสดิภาพทางชีวิตเป็นสำคัญ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมีความยากลำบากเพียงใด ขอเพียงคนในชาติร่วมแรงร่วมใจกัน เชื่อว่าเราจะสามารถข้ามผ่านวันเวลาแห่งความโหดร้ายและนำความผาสุกกลับมาสู่มวลชนอีกครั้ง







