
ตอบด้วยเสียงก็อันตราย
การส่งข้อความด้วยการพิมพ์ขณะขับรถเป็นที่รับรู้กันว่าเป็นอันตรายระหว่างการเดินทาง จึงมีการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ไม่พิมพ์ข้อความขณะเดินทาง
การส่งข้อความด้วยการพิมพ์ขณะขับรถเป็นที่รับรู้กันว่าเป็นอันตรายระหว่างการเดินทาง จึงมีการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ไม่พิมพ์ข้อความขณะเดินทาง
ผู้ใช้รถหลายคนจึงเปลี่ยนวิธีจากการพิมพ์เป็นการส่งข้อความด้วยเสียงแทน แต่หารู้ไม่ว่า การส่งข้อความด้วยเสียงก็เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่เท่าๆ กับการตอบข้อความด้วยการพิมพ์เช่นเดียวกัน
เห็นได้จากผลวิจัยของสถาบันการขนส่งเทกซัส แห่งมหาวิทยาลัยเอแอนด์เอ็ม เทกซัส ที่ทำการทดลองระหว่างผู้ขับรถจำนวน 43 คน ที่ใช้การพิมพ์ข้อความเปรียบเทียบกับการตอบข้อความด้วยเสียง พบว่าผู้ขับขี่จะต้องใช้เวลาในการตอบกลับข้อความมากกว่าเวลาปกติประมาณ 2 เท่าเลยทีเดียว
“สมาธิในการมองถนนจะลดลง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพิมพ์หรือวิธีการส่งด้วยเสียง” คริสติน ยาเจอร์ ผู้ริเริ่มงานวิจัยนี้ กล่าว
นอกจากนี้ ยาเจอร์ ยังบอกอีกว่า การส่งข้อความด้วยเสียงจะใช้เวลามากกว่าการพิมพ์ เนื่องจากต้องแก้ไขความผิดพลาดในการถอดรหัสทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์
“คุณต้องใช้สมาธิเพื่อคิดว่าจะพูดว่าอะไร ซึ่งทำให้สมาธิในการขับรถลดลง ส่งผลให้ปฏิกิริยาตอบสนองลดลงตามไปด้วย” ยาเจอร์ กล่าว
สิ่งที่ผู้ริเริ่มงานนี้แสดงความกังวลที่สุดก็คือ ความเชื่อผิดๆ ของคนที่เชื่อว่า การส่งข้อความด้วยเสียงนั้นจะอันตรายน้อยกว่าการพิมพ์ ทั้งๆ ที่ทั้งสองวิธีนั้นเป็นอันตรายเท่าๆ กัน
อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดเพื่อให้ผู้ขับรถเดินทางได้อย่างปลอดภัยก็คือ ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารระหว่างขับรถ น่าจะเป็นการลดอุบัติเหตุได้มากที่สุด







