
4คำถามเปิดปูมศก.โสมแดง
เปิดปูมเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ กับคำถามถึงแหล่งเงินที่ถูกนำมาพัฒนาอาวุธทั้งที่สถานะเศรษฐกิจติดอันดับยากจน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
กลายเป็นประเทศที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิดมากที่สุดในขณะนี้ สำหรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) หลังส่งคำขู่โจมตีเพื่อนบ้านรายวัน จนตึงเครียดไปทั้งภูมิภาค
แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นว่า เกาหลีเหนือ ไม่น่ายิงขีปนาวุธถล่มญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ตามที่ลั่นวาจาไว้ กระนั้น ความห้าวในครั้งนี้ ก็ทำให้หลายฝ่ายอดสงสัยไม่ได้ว่า เกาหลีเหนือนำเงินที่ไหนมาพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ จนเกิดความมั่นใจที่จะข่มขวัญใครๆ ทั้งๆ ที่สถานะเศรษฐกิจติดอันดับยากจน และด้อยพัฒนาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ทั้งนี้ ช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 เกาหลีเหนือคือ 1 ใน 2 ชาติอุตสาหกรรมหนักแห่งเอเชีย โดยได้รับความช่วยเหลือจากสภาเพื่อความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจร่วมกัน (โคมิคอน) ของสหภาพโซเวียต ก่อนที่การล่มสลายของโซเวียต บวกกับภัยธรรมชาติหลายครั้ง และการโหมใช้ปุ๋ยเพื่อเพาะปลูก ทำให้ศักยภาพทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือค่อยๆ เสื่อมโทรมลง
จิม ฮอร์ นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันตะวันออกและแอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งลอนดอน กล่าวว่า แม้จะไม่มีตัวเลขทางสถิติที่น่าเชื่อถือแน่ชัด แต่ผลพวงจากปัจจัยข้างต้นทำให้เศรษฐกิจเกาหลีเหนือเสียหายหนักยากเยียวยา
สภาพเศรษฐกิจเกาหลีเหนือในขณะนี้เป็นอย่างไร
ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐ (ซีไอเอ) สรุปว่า เกาหลีเหนือคือหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่รัฐยังคงผูกขาดเศรษฐกิจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเป็นตลาดการค้าที่ปิดกั้นจากโลกภายนอก โดยภาคอุตสาหกรรมอยู่ในภาวะเสียหายจากการขาดการลงทุน ขาดชิ้นส่วนเครื่องจักร และขาดการบำรุงรักษา
ขณะเดียวกัน การทุ่มเทงบประมาณให้กับการใช้จ่ายทางทหารได้รีดไถเอาทรัพยากรที่จำเป็นต่อการลงทุนพัฒนาและการบริโภคของประชาชนไปจนหมดสิ้น
องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2554 อยู่ที่ 1,800 เหรียญสหรัฐ (ราว 5.22 หมื่นบาท) ต่อคนต่อปี และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 0.8% ขณะที่ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินว่า จีดีพีเกาหลีเหนืออยู่ที่ 506 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.47 หมื่นบาท) ต่อคนต่อปี และมีการเติบโต –0.1%
แล้วรายได้หลักของเกาหลีเหนือมาจากไหน
แม้สภาพไม่เอื้อต่อการพัฒนา แต่เกาหลีเหนือก็สามารถผลิตสินค้าส่งออกได้ โดยอุตสาหกรรมหลักคือการผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหาร ประกอบเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า แร่ธาตุ การสกัดโลหะจากแร่ และสิ่งทอ โดยคิดเป็นรายได้ครึ่งหนึ่งของประเทศ และอีกส่วนหนึ่งมาจากสินค้าทางการเกษตร การประมง และภาคบริการ เช่น ท่องเที่ยว ขณะที่ สินค้านำเข้าหลักของเกาหลีเหนือคือน้ำมันปิโตรเลียม ถ่านหินโค้ก เครื่องจักรและอุปกรณ์ สิ่งทอและธัญพืช
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอีกส่วนหนึ่งเห็นว่า เกาหลีเหนือน่าจะยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าในตลาดมืดค่อนข้างมาก เพราะลำพังการส่งออกปกติไม่น่าจะสร้างรายได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยหลายฝ่ายเชื่อว่า เกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องการลักลอบค้าอาวุธ สารเสพติดพวกเฮโรอีนและ|เมตแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และการพิมพ์ธนบัตรปลอม
ใครคือพันธมิตรทางการค้าหลักของเกาหลีเหนือ
ข้อมูลจากซีไอเอระบุว่า จีนคือคู่ค้าหลักของเกาหลีเหนือ โดยในปี 2554 เกาหลีเหนือส่งออกสินค้าไปจีนสูงถึง 67.2% และนำเข้าอยู่ที่ 61.6% ขณะที่กับเกาหลีใต้ เป็นตลาดส่งออก 19.4% และเป็นตลาดนำเข้าที่ 20% ส่วนอินเดียถือเป็นตลาดส่งออกที่ 3.6% และมีการนำเข้าจากสหภาพยุโรป (อียู) อีกประมาณ 4%
เจนนี จุน นักเขียนจากองค์การอิสระวอทช์ ระบุว่า จีนคือแหล่งรายได้และแหล่งทุนหลักของโสมแดง โดยมีเกาหลีใต้ตามมาเป็นอันดับสอง ก่อนปิดท้ายที่อันดับสามจากการค้าอาวุธ
รายได้เหล่านี้ถึงมือของรัฐและประชาชนอย่างไร
จาง จิน-ซุง หัวหน้าบรรณาธิการเว็บไซต์ข่าว นิวส์ โฟกัส อินเตอร์เนชันแนล รายงานว่า ธุรกิจทุกประเภทในเกาหลีเหนือจะต้องจ่ายผลกำไรมากกว่า 50% ให้กับ “ออฟฟิศ38” องค์กรด้านการเงินของรัฐบาล โดยจะเรียกเงินส่วนนี้ว่าเป็น “ของขวัญแสดงความภักดี”
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เงินดังกล่าวทำให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่อู้ฟู่ ซึ่งตรงกันข้ามกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องใช้ชีวิตแบบหามาใช้ไป โดยมี “จางมาดัง” ตลาดมืดเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนสินค้าและรายได้หลักที่ชาวเกาหลีเหนือจะนำสิ่งของที่ตนมีมาแลกกับของที่ต้องการ







