
ทั่วโลกร่วมอาลัยหลัง‘หญิงเหล็ก’สิ้น
ทั่วโลกร่วมอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ ผู้นำหญิงเหล็ก “มาร์กาเร็ต แทตเชอร์”
ทั่วโลกร่วมอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ ผู้นำหญิงเหล็ก “มาร์กาเร็ต แทตเชอร์”
ผู้นำทั่วโลกต่างร่วมไว้อาลัยและสดุดี “มาร์กาเร็ต แทตเชอร์” อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนเดียวของประเทศอังกฤษ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคเส้นเลือดในสมองอุดตันในวัย 87 ปี โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กล่าวว่า แทตเชอร์เป็นเพื่อนแท้ของสหรัฐ และชาวอเมริกันจะไม่ลืมที่แทตเชอร์ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในการต่อสู้ในช่วงสงครามเย็น
“การเคียงบ่าเคียงไหล่กัน แสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมีมานาน และการสร้างประวัติศาสตร์จากความเชื่ออันแรงกล้า ความกล้าหาญ และความเข้มแข็งนี้จะยังคงอยู่ต่อไป” โอบามา กล่าว
ด้านประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ยกย่องว่า แทตเชอร์เป็นต้นแบบทางการเมืองที่โดดเด่นของโลกสมัยใหม่ และเป็นผู้นำที่ทุ่มเทพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างโซเวียตอังกฤษ และรัสเซียอังกฤษ ซึ่งรัสเซียจะไม่มีวันลืมบุญคุณนี้
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีหญิงจูเลีย กิลลาร์ด แห่งออสเตรเลียได้ร่วมชื่นชมที่แทตเชอร์ช่วยสร้างภาพของผู้หญิงบนเวทีการเมือง โดยความสำเร็จในการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษนั้นเป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่
ทั้งนี้ แม้ผู้นำหลายประเทศจะร่วมไว้อาลัย แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนอดรู้สึกยินดีต่อการจากไปของแทตเชอร์ในครั้งนี้ไม่ได้ โดยในอาร์เจนตินา รายงานข่าวระบุว่า แทตเชอร์จะถูกจดจำในฐานะผู้ที่ทำให้เกิดสงครามในปี 2525 กรณีพิพาทหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
“พระเจ้าทรงโปรดที่ถึงเวลาให้ผู้หญิงที่เลวร้ายที่สุดตาย เธอต้องเข้าร่วมสงครามครั้งนั้น เพื่อทำให้ชนะการเลือกตั้ง” โดมินิโก กลัสโคแมคโน ทหารผ่านศึกวัย 71 ปี กล่าว
นอกจากนี้ คนงานเหมืองแร่ในอังกฤษก็จัดงานฉลองต่อการอสัญกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิง เนื่องจากในสมัยนั้นคนงานเหมืองแร่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิรูปภาคอุตสาหกรรม
รัฐบาลอังกฤษรายงานว่า พิธีศพของอดีตผู้นำจะจัดขึ้นในวันที่ 17 เม.ย.นี้ ที่โบสถ์เซนต์ปอลล์ โดยจะจัดอย่างยิ่งใหญ่แต่จะไม่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วม







