
เบลเยียม หนี้พุ่งเกือบทะลุ 100% เร่งออม-ขายสินทรัพย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เบลเยียมส่อแววเจอวิกฤตหนี้ หลังระดับหนี้สาธารณะพุ่งเกือบ 100% ของจีดีพี รัฐบาลขาดดุล ขยายตัว
รัฐบาลเบลเยียมตกลงที่จะเดินหน้านโยบายการออมให้ได้ 1,400 ล้านยูโร และเตรียมประกาศขายทอดตลาดสินทรัพย์ของรัฐอีกให้ได้ 1,000 ล้านยูโร เพื่อรักษาระดับหนี้สาธารณะของประเทศไม่ให้พุ่งเกิน 100% ของจีดีพี หลังจากที่ระดับหนี้ของเบลเยียมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความเสี่ยงขึ้นว่า เบลเยียมอาจจะกลายเป็นประเทศต่อไปในกลุ่มยูโรโซนที่จะเจอกับวิกฤตหนี้และต้องรับความช่วยเหลือจากยุโรป
ทั้งนี้ ระดับหนี้สาธารณะของเบลเยียมในขณะนี้พุ่งสูงขึ้นเกือบแตะ 100% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อีกทั้งที่ผ่านมาจากปัญหาทางการเมืองที่ทำให้เบลเยียมไม่มีรัฐบาลเกือบ 2 ปี ในช่วงระหว่างปี 20102011 นั้น ทำให้เบลเยียมกลายเป็นประเทศที่มีระบบการคลังที่ย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มยูโรโซนตอนเหนืออีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลผสม 6 พรรคที่เข้ารับหน้าที่เมื่อปลายปี 2011 จะพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าระดับหนี้สาธารณะของประเทศก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในยูโรโซน
นายกรัฐมนตรี เอลิโอ ดี รูโป ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวหลังการประชุมช่วงเช้าว่า รัฐบาลเบลเยียมจะเร่งปรับโครงสร้างบัญชีงบดุลของรัฐบาลให้กลับสู่ภาวะสมดุลให้ได้ภายในปี 2015 นี้
ทางด้าน โอลี เรนห์ ข้าหลวงใหญ่ด้านเศรษฐกิจและกิจการการเงินของสหภาพยุโรป ได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า ระดับการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลเบลเยียมนั้นจะขยายตัวมากกว่าที่รัฐบาลเบลเยียมตั้งเป้าไว้ที่ไม่เกิน 2.15% ขณะที่เพดานของกลุ่มยูโรโซนคือไม่เกิน 3%
กระนั้นก็ตาม คาดว่า แม้ว่าเบลเยียมจะใช้นโยบายการออมดังกล่าว แต่ก็ยังจะทำให้การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลขยายตัวไปอยู่ที่ 2.46% ของจีดีพี
ทางด้าน โคน กีนส์ รัฐมนตรีคลังเบลเยียม ยังคงปฏิเสธไม่เปิดเผยว่าทรัพย์สินใดที่จะถูกขายทอดตลาดในขณะนี้ เนื่องจากหวั่นว่าจะทำให้ราคาตก ซึ่งเบลเยียมจำเป็นที่จะต้องขายสินทรัพย์เพื่อระดมเงินให้ได้เพิ่มอีก 1,000 ล้านยูโร นอกเหนือจากการตัดลดค่าใช้จ่ายเพื่อออมให้ได้ 1,434 ล้านยูโร ถึงจะทำให้ระดับหนี้สาธารณะของประเทศไม่พุ่งเกินเพดาน 100% ของจีดีพี







