
‘เค-บุ๊ก’
ในขณะที่ เค-ป๊อป (ดนตรี) เค-ซีรีส์ (ละคร) เป็นกระแสวัฒนธรรมเกาหลีที่มองเห็นได้ชัดเจนทางพฤติกรรม
ในขณะที่ เค-ป๊อป (ดนตรี) เค-ซีรีส์ (ละคร) เป็นกระแสวัฒนธรรมเกาหลีที่มองเห็นได้ชัดเจนทางพฤติกรรม
ในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของร้านหนังสือ วัฒนธรรมเกาหลีก็แอบแทรกซึมเข้าสู่จิตใจของผู้อ่านไทยอย่างเงียบๆ มานานแล้วเช่นกัน หนังสือแปลจากเกาหลีมีจุดเริ่มต้นจากละครดังเรื่องแรกที่จุดพลุให้กับ เค-ซีรีส์ คือเรื่อง “รักนี้ชั่วนิรันดร์” หรือ Autumn in My Heart ในปี 2545 หลังจากนั้น “เคบุ๊ก” หนังสือแปลจากเกาหลีก็ได้เริ่มมีชีวิตโลดแล่นในตลาดหนังสือไทยมีมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี
“เค-บุ๊ก” ที่มียอดขายมากที่สุด เป็นหนังสือชุดการ์ตูนที่ให้สาระและความรู้แก่เยาวชน และนวนิยายรักกุ๊กกิ๊กสั้นๆ ซึ่งเป็นตลาดของวัยรุ่น ส่วนวัยสุขุมขึ้นมานิด ได้แก่ นวนิยายประวัติศาสตร์จากละครดัง และนวนิยายกำลังภายใน ซึ่งมียอดขายที่สม่ำเสมอดีเช่นกัน เพราะมีกลุ่มแฟนคลับติดตามกันอยู่ แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งของตลาดหนังสือแปลเกาหลีในไทย คือ การขาดนักแปลที่มีคุณภาพ แม้บัดนี้ได้เริ่มคลี่คลายลง เนื่องจากมีนักเรียนไทยจบเอกภาษาเกาหลีกันมากขึ้น และเรียนจบกลับมาจากเกาหลีก็มีเพิ่มขึ้น ทว่า ยังไม่เพียงพอ เพราะการรู้ภาษากับความสามารถในการแปลเป็นเรื่องที่ดูเหมือนคล้ายคลึงแต่แตกต่างกัน เหมือนกับที่คนไทยจำนวนมากรู้ภาษาอังกฤษแต่ไม่ใช่ทุกคนสามารถแปลวรรณกรรมภาษาอังกฤษได้ค่ะ
ดังนั้น สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ดร.ไพบูลย์ ปีตะเสน ผู้เป็นประธานโครงการภาษา และนักแปลหนังสือประวัติศาสตร์มือหนึ่งตลอดกาล โดยเฉพาะด้านภาษาโบราณในเวียงวังที่ส่งให้ แดจังกึม มียอดขายถึง 1 แสนเล่ม จึงได้จัด “โครงการฝึกนักแปลภาษาเกาหลีมืออาชีพ” ขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย เริ่มเรียนตั้งแต่วันนี้ (10 มี.ค.) ค่ะ (ดูข้อมูลที่ www. asia.tu.ac.th) หากท่านใดสนใจยังสามารถติดต่อไปที่สถาบันได้ ผู้ที่จะสมัครต้องรู้ภาษาเกาหลีมาแล้วในระดับหนึ่ง เช่น จบปริญญาตรีเอกภาษาเกาหลี หรือเคยสอบวัดระดับความรู้ภาษาเกาหลี (TOPIK) ผ่านระดับ 3 มาแล้ว หรือผู้ที่อาจารย์ผู้สอนได้สัมภาษณ์และพิจารณาว่าสามารถเรียนได้
ทั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณนักแปลคุณภาพให้กับตลาดหนังสือเกาหลีที่ยังมีความต้องการอยู่มาก แม้กระทั่ง “เชกา” เองก็เฟ้นหานักแปลมาเข้าร่วมทีมงาน “หลานศิษย์พระเจ้าเซจง” อย่างต่อเนื่อง (เชกาสถาปนาขึ้นมาเองค่ะ ฮ่าๆ ขณะนี้มีสมาชิก 4 คน ท่านที่มีฝีไม้ลายมือด้านภาษาเกาหลีหากสนใจติดต่อมาได้ค่ะ) เพื่อแปลงานให้กับ “สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ก” ซึ่งกำลังจะมีหนังสือระดับคุณภาพรางวัลแห่งชาติจำนวนมากออกมาสู่ตลาดในไม่ช้า หนึ่งในนั้นคือ “โรงเรียนแมว” ที่คว้ารางวัลวรรณกรรมเพื่อเยาวชนยอดเยี่ยมจากฝรั่งเศส ซึ่งได้แนะนำไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็จะเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือระดับชาติที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่บูธ โพสต์ พับลิชชิง ณ Plenary Hall (D01 และ Z22) ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ พร้อมกับหนังสือแปล การ์ตูนความรู้ ชุด “ดิสคัฟเวอรี่” ซึ่งก็ได้รางวัลยอดเยี่ยมหนังสือการ์ตูนความรู้เพื่อเยาวชนระดับประเทศของเกาหลีมาแล้วเช่นกันค่ะ
หนังสือการ์ตูนชุด ดิสคัฟเวอรี่ นี้ เป็นการ์ตูนที่ตามไปเปิดเผยเรื่องลี้ลับบนโลก เช่น เมืองลี้ลับในตำนาน เรื่องเล่าตามตำนาน และความลับของธรรมชาติในโลกมหัศจรรย์ ซึ่งเจาะลึกถึงแก่นความรู้ในเรื่องนั้นๆ หลังจากตรวจงานแปลของสมาชิกทีมหลานศิษย์ฯ แล้ว รู้สึกเลยว่าผู้เขียนชาวเกาหลีไปศึกษาหาความรู้เรื่องนั้นๆ มาอย่างลึกซึ้งจริงๆ แล้วจึงถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวในการ์ตูนที่อ่านง่าย จำได้ง่าย ในงานสัปดาห์หนังสือนี้จะออกจำหน่าย 3 เล่ม คือ “ไซเรน เจ้าหญิงเงือกน้อยผู้ขับขานบทเพลง” (แปล นาริฐา สุขประมาณ) “ปอมเปอิ – อารยธรรมที่ล่มสลาย” (แปล จิตตรา สอนดา) และ “อินคา อาณาจักรสุริยเทพ” (แปล จิตติกานต์ หลักอาริยะ)
เส้นทางของ เค-บุ๊ก ในตลาดเมืองไทย เรื่องราวประมาณ “รักใสๆ หัวใจติดกัน” เริ่มแผ่วลงไปแล้วจากการที่พล็อตเรื่องใกล้เคียงกันมากจนนักเขียนใหม่ๆ ของไทยแปลงร่างสร้างชื่อเป็นเกาหลีเขียนเองได้แล้ว ถ้าไม่ฉีกแนวออกจากเรื่องเดิมๆ แม้ไม่ตายก็อาจจะไม่โตขึ้นเหมือนกับ เค-ป๊อป ที่เริ่มไปไม่เป็นเนื่องจากแต่ละวงมีความคล้ายคลึงกันมากเกินไป... แต่หนังสือเกาหลีที่มีคุณภาพสำหรับเยาวชน และเรื่องราวที่สะท้อนปรัชญาชีวิต แนวคิดคุณธรรมของสังคม กับการแก้ไขปัญหาชีวิตในสังคมสมัยใหม่ ยังมีอีกมากมาย มีความสดใหม่และจะยังคงไปได้อีกนานค่ะ







