
โอบามามาแถลงนโยบายลุยถกเอฟทีเอยุโรป-ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
โอบามา แถลงนโยบายประกาศเดินหน้าเจรจาค้าเสรีกับยุโรป ขึ้นค่าแรง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
โอบามา แถลงนโยบายประกาศเดินหน้าเจรจาค้าเสรีกับยุโรป ขึ้นค่าแรง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ขึ้นแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น โดยประกาศเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับสหภาพยุโรป พร้อมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว
“ผมขอประกาศว่า เราจะเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับยุโรป เพราะการค้าที่ยุติธรรมและเสรีระหว่างสองฟากมหาสมุทรแอตแลนติก จะช่วยสร้างงานหลายล้านตำแหน่งในสหรัฐ” โอบามา ประกาศ ท่ามกลางความยินดีของนักวิเคราะห์ หลังจากที่การเจรจาข้างต้นต้องหยุดชะงักหลายปี
หากสำเร็จ ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพราะจะครอบคลุมประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกถึง 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี โดยปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ภูมิภาคสูงถึง 6.46 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 19.3 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังประกาศเดินหน้าเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ให้สำเร็จ โดยย้ำว่าความแข็งแกร่งและการเติบโตของตลาดเอเชียจะช่วยสร้างงานและกระตุ้นการส่งออกของสหรัฐ
ในส่วนของนโยบายขึ้นค่าแรงนั้น เสนอให้สภาคองเกรสปรับขึ้นค่าแรง 20% จากเดิมที่ระดับ 7.25 เหรียญสหรัฐ (ราว 217 บาท) ต่อชั่วโมง เพิ่มเป็น 9 เหรียญสหรัฐ (ราว 270 บาท) ต่อชั่วโมง ภายในปี 2558
“ชาวอเมริกันที่ทำงานหนัก ไม่ควรจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ดังนั้นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวอเมริกัน 15 ล้านคน”
ทั้งนี้ สหรัฐขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งสุดท้ายสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เมื่อปี 2548 โดยปรับขึ้นจากระดับ 5.15 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง สู่ระดับปัจจุบัน
ทว่า ข้อเสนอดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างหนักจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต่างหวั่นว่าต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังประกาศเพิ่มงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ตลอดจนปฏิรูปกฎหมายภาษี เพื่อพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดยอดขาดดุลงบประมาณ พร้อมประกาศแผนถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน 3.4 หมื่นนาย หรือครึ่งหนึ่งจากจำนวนทหารทั้งหมด ภายในสิ้นปีนี้
ด้านเจ้าหน้าที่อาวุโสในทำเนียบขาว ยืนยันว่า นโยบายใหม่ของประธานาธิบดี โอบามา จะไม่ส่งผลให้ระดับหนี้พุ่งสูงขึ้นแน่นอน เพราะจะชดเชยด้วยรายได้จากการปฏิรูปกฎหมายภาษี รวมทั้งรายจ่ายที่ตัดลด โดยรายละเอียดจะเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ทว่าข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังสหรัฐ พบว่าตัวเลขงบประมาณการคลังประจำเดือน ม.ค. ของสหรัฐ เกินดุลครั้งแรกในรอบ 5 เดือน คิดเป็นมูลค่า 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.7 หมื่นล้านบาท) หลังรายได้พุ่งขึ้นถึง 16.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับรายจ่ายที่เริ่มชะลอตัว







