
เตือน‘มะกัน’ลงทุนในจีนระวังเจอกลโกงแต่งบัญชี
นักวิเคราะห์เตือนบริษัทมะกันระวังลงทุนในจีน เสี่ยงเจอธุรกิจไม่โปร่งใสเพียบ
นักวิเคราะห์เตือนบริษัทมะกันระวังลงทุนในจีน เสี่ยงเจอธุรกิจไม่โปร่งใสเพียบ
นักวิเคราะห์ออกโรงเตือนบรรดาบริษัทข้ามชาติสหรัฐที่เข้าไปลงทุนในบริษัทจีน ว่า เสี่ยงเผชิญการทำธุรกิจที่ไม่โปร่งใส ซึ่งรวมถึงการตกแต่งบัญชี การปลอมใบกำกับภาษี ตลอดจนการติดสินบนเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกฎหมายแดนมังกรยังคงห้ามไม่ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีต่างชาติเข้าไปทำการตรวจสอบเอกชนในประเทศ
“ผู้ประกอบการสหรัฐจำนวนมากสนใจเข้าไปลงทุนในจีน ซึ่งกำลังเผชิญการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทว่าความเสี่ยงใหม่ๆ เริ่มปรากฏแล้วในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาสั่งห้ามไม่ให้นักตรวจสอบบัญชีสหรัฐเข้าไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง” รอยเตอร์ส เผย พร้อมย้ำว่า แม้จีนจะอ้างว่าภาคเอกชนได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ในประเทศ ทว่านักตรวจสอบบัญชีของจีนส่วนใหญ่ไม่พบร่องรอยการทุจริต ซึ่งอาจมีสาเหตุจากการได้รับสินบนจากบริษัท
สอดคล้องกับความเห็นของ เจมส์ โดที ประธานพีซีเอโอบี องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ดูแลบริษัทตรวจสอบบัญชีในกรุงวอชิงตัน ที่เตือนว่าตราบใดที่ทางการไม่อนุญาตให้นักตรวจสอบบัญชีเข้าไปในประเทศ นักลงทุนต่างชาติก็จะยิ่งเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัท แคทเทอร์พิลลาร์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างรายใหญ่สุดของโลก แฉว่าบริษัทจำเป็นต้องตัดมูลค่าทางบัญชีของอีอาร์เอ ไมนิง แมชชีนเนอรี บริษัทผลิตอุปกรณ์ทำเหมืองในจีนที่แคทเทอร์พิลลาร์เข้าซื้อเมื่อปี2555 ลงถึง 580 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.74 หมื่นล้านบาท) จากเดิม 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท) หลังพบว่าทางอีอาร์เอได้มีการตกแต่งบัญชีจนแสดงตัวเลขกำไรเกินจริง
เช่นเดียวกับบริษัท วอลมาร์ท ร้านค้าปลีกชื่อดังของสหรัฐ และบริษัทเครื่องสำอางเอวอน ที่เข้าไปลงทุนในแดนมังกร ซึ่งล่าสุด 2 บริษัท เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบกรณีมีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่บริษัทติดสินบนเจ้าหน้าที่จีน
ขณะที่ข้อมูลจากองค์กรความโปร่งใสสากล พบว่าจีนรั้งอันดับ 2 ประเทศที่ภาคเอกชนติดสินบนเจ้าหน้าที่มากที่สุดรองจากรัสเซีย
ทั้งนี้ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ประกอบการสหรัฐเข้าไปลงทุนในบริษัทจีนโดยตรงคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.62 ล้านล้านบาท)







