
โหรทำนายปีมะเส็ง'อับโชค' การเมืองวุ่นวาย ภัยธรรมชาติซ้ำ
โหรไต้หวันฟันธงปีงู โลกแย่ การเมืองวุ่นวาย ภัยธรรมชาติกระหน่ำ ด้านซินแสฮ่องกงแย้งปีนี้งูไม่ดุ พิษน้อย
โหรไต้หวันฟันธงปีงู โลกแย่ การเมืองวุ่นวาย ภัยธรรมชาติกระหน่ำ ด้านซินแสฮ่องกงแย้งปีนี้งูไม่ดุ พิษน้อย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โหรไต้หวันฟันธงปีงู โลกแย่ การเมืองวุ่นวาย ภัยธรรมชาติกระหน่ำ ด้านซินแสฮ่องกงแย้งปีนี้งูไม่ดุ พิษน้อย
หลังผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่สากลไปเพียงเดือนเศษๆ เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของจีน หรือ ตรุษจีน ช่วงเวลาที่ชาวจีนทั้งประเทศ และคนเชื้อสายจีนที่อยู่ในต่างประเทศ จะหยุดงานพักผ่อน กลับไปเยี่ยมญาติพี่น้อง และกราบไหว้บรรพบุรุษก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยในปีนี้จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม ตรุษจีนปีนี้อาจจะไม่ใช่การก้าวเข้าสู่ช่วงปีที่ดีนัก ยิ่งเมื่อเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีนักษัตรที่มี “มะโรง” หรือมังกร ไปสู่ “มะเส็ง” หรืองู เพราะแต่ไหนแต่ไรมาคนจีนเชื่อว่าปีงูไม่ใช่ปีที่เป็นมงคลนัก เนื่องจากในตำนานเทพนิยายจีนต่างๆ งูมักจะมาพร้อมกับปีศาจ อสูร ความเลวร้ายต่างๆ ดังนั้นผู้คนจึงมีทัศนคติไปในทางลบ
“ในตำนานจีนโบราณ งูนั้นมักจะมาพร้อมกับสัตว์ประหลาด หรืออสูรร้าย ดังนั้นจึงคาดว่าปีนี้น่าจะมาพร้อมกับความวุ่นวายทางการเมือง ไม่เพียงเท่านั้นก็อาจเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม หรือสึนามิรุนแรงอีกด้วย” ไสชาชือ นักโหราศาสตร์ชาวไต้หวัน กล่าวกับสำนักข่าวเอพี
นอกจากนี้ ทัศนคติที่เลวร้ายต่องูของชาวจีนยังบังเอิญประจวบเหมาะกับเหตุร้ายในอดีตซึ่งตรงกับปีงูพอดิบพอดี อย่างเหตุก่อการร้าย 9/11 ที่ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในมหานครนิวยอร์กปี 2544 หรือการปราบปรามการประท้วงนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในปี 2532
ฉะนั้นหลายคนจึงหวั่นใจว่าปีนี้อาจจะเกิดสิ่งร้ายแรงขึ้นอีก และไม่แปลกที่ชาวจีนจะพยายามหลีกเลี่ยงการดำเนินการงานมงคลต่างๆ ในปีนี้ออกไป เห็นได้จากการที่คู่บ่าวสาวหลายคู่พยายามวางแผนการมีบุตร โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกของตนมาเกิดในปีงู ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากปีก่อน ซึ่งเป็นปีนักษัตรมังกรมาก เพราะมีคู่บ่าวสาวที่ต้องการจะมีลูก และอยากให้ทายาทของตนเองเกิดในปีดังกล่าวอย่างล้นหลาม
ด้านเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหน้าที่คอยจัดคิวนัดพบสูตินรีเวช ในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ในปีงูนี้มีจำนวนประชาชนขอคิวเข้าพบเพื่อฝากครรภ์น้อยลงกว่าเมื่อปีที่แล้วมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านขายของที่ระลึกอย่างสัญลักษณ์ปีนักษัตรต่างๆ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ขายของได้ยากมาก เพราะผู้คนชอบซื้อมังกรมากกว่า
“ปีที่แล้วธุรกิจของเราขายได้ดีมาก เพราะใครๆ ก็ชอบมังกร แม้กระทั่งผู้ที่ไม่ได้เกิดปีมังกรก็ยังมาซื้อ ส่วนในปีนี้ยอดขายตกลงมาก เพราะมีแต่คนปีงูเท่านั้นที่มาซื้อ และอีกอย่างงูถือเป็นสัญลักษณ์ของความกลัว เห็นได้จากการที่ผู้คนเห็นมักจะหวาดกลัวงู” หลิวเป่ยเซียง เจ้าของร้านขายของที่ระลึกในเมืองเหวินโจว กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ปีงูจะดูเป็นปีที่ไม่ค่อยเป็นมงคลในสายตาคนส่วนใหญ่ แต่ในสายตาของซินแสบางคนกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะมองว่ายังมีสัญญาณและเค้าลางที่ดีอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามตารางโหราศาสตร์ งูในปีนี้เป็น “งูเปียกน้ำค้างตอนเช้า” มีพิษน้อย มีความอดทน สงบเยือกเย็น สมถะ เมื่อเทียบกับงูในปีก่อนๆ ดังนั้นจึงน่าเป็นปีที่น่าจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง และความเจริญทางเศรษฐกิจ
“ปีงูปีนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความเจริญก้าวหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะงูมักจะเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ซึ่งสวนทางกับมังกร ที่มีนิสัยแปรปรวน ผันผวนสูงมาก และมักจะชอบเคลื่อนไหวโดยฉับพลันทันที ฉะนั้นในปีนี้จึงนับว่าเป็นสิ่งที่ดี” ไรมอน โล ซินแสชื่อดังในฮ่องกง กล่าว
ทั้งนี้ ไรมอน โล ได้ยกตัวอย่างบุคคลที่เกิดปีงู แต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดังและประสบความสำเร็จ เช่น ว่าที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง (เกิดปี 2496 ซึ่งเป็นปีที่เกิดสงครามเกาหลี) ก่อนทิ้งท้ายไว้ว่า คนไม่ควรไปตั้งแง่ และทัศนคติกับงูว่าเป็นสัตว์ที่เลวร้าย จ้องทำลายความสงบสุขเสมอไป
นอกจากนี้ ซินแสยังได้แนะเคล็ดวิธีเสริมมงคลแก่ผู้เกิดปีงูให้ยิ่งดีขึ้นไป ด้วยการนำสร้อยคอ หรือจี้ต่างๆ ที่มีรูปหรือสัญลักษณ์ปีวอก หรือลิง มาสวมคองูไว้ เพราะลิงคือสัตว์ชนิดเดียวที่รู้ว่าจะจัดการรับมือกับงูเช่นไร
ด้านบรรยากาศทั่วไปของเทศกาลตรุษจีนปีนี้ การจัดงานเฉลิมฉลองส่อแววว่าจะไม่ครึกครื้นเหมือนปีก่อนๆ เพราะทางเจ้าหน้าที่ในกรุงปักกิ่งได้ขอร้องให้ประชาชนงดการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษในอากาศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมืองหลวงแห่งนี้ต้องประสบปัญหาหมอกควันพิษอย่างหนัก
ขณะที่การจัดงานเลี้ยงใหญ่โต หรูหรา โดยเฉพาะตามหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจต่างๆ ก็ถูกลดขนาดและงบประมาณลง เนื่องจาก สีจิ้นผิง ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่จีน ได้หันมาเข้มงวดกับการจัดงานเลี้ยง และการใช้ชีวิตอย่างหรูหราของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการปราบปรามการทุจริต







