posttoday
ไทยได้อานิสงส์ญี่ปุ่นกระตุ้นศก.

ไทยได้อานิสงส์ญี่ปุ่นกระตุ้นศก.

22 มกราคม 2556

ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ได้ผลประโยชน์จากญี่ปุ่นทุ่มเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมากที่สุด

ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ได้ผลประโยชน์จากญี่ปุ่นทุ่มเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมากที่สุด

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับผลประโยชน์จากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลญี่ปุ่น 10 ล้านล้านเยน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมามากที่สุด เนื่องจากจะทำให้มีการสั่งผลิตจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น อีกทั้งนักลงทุนญี่ปุ่นยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนราคาถูกได้มากกว่าเดิม และนำมาใช้เพื่อการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้นด้วย

รายงานอ้างข้อมูลจากเอชเอสบีซี โฮลดิง พีแอลซี ธนาคารเครดิตสวิส กรุ๊ป เอจี และธนาคารออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ แบงก์กิง กรุ๊ป (เอเอ็นแซด) ระบุว่า อินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย เป็นกลุ่มประเทศที่จะได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ส่วนเกาหลีใต้ซึ่งเป็นคู่แข่งของญี่ปุ่นทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการต่อเรือ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง

เฟรดเดอริก นิวแมน ผู้อำนวยการร่วมการวิจัยด้านเศรษฐกิจเอเชียของเอชเอสบีซี ให้สัมภาษณ์ว่า กระแสเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากเม็ดเงินที่รัฐบาลญี่ปุ่นอัดลงสู่ระบบนั้น จะทำให้ปริมาณการลงทุนในภูมิภาคเอเชียปรับเพิ่มขึ้น และจะทำให้ราคาสินทรัพย์ในภูมิภาคนี้ไต่ขึ้นตามไปด้วย รวมไปถึงการเพิ่มขึ้นของการลงทุนและการบริโภค ซึ่งจำเป็นต้องการการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น กำลังเร่งกดดันให้ธนาคารกลาง (บีโอเจ) เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายผ่อนปรนทางการเงินเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยกดให้อัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำต่อไป และจะช่วยให้เอกชนญี่ปุ่นใช้ความได้เปรียบดังกล่าวขยายการลงทุนออกไปยังต่างประเทศ

สันติทาน สาธีระไทย นักเศรษฐศาสตร์ของเครดิตสวิสประจำสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า ประเทศที่จะได้รับผลประโยชน์จากแผนการกระตุ้นของญี่ปุ่นนั้น จะเป็นประเทศที่เป็นทั้งผู้บริโภค และเป็นซัพพลายเออร์ให้กับญี่ปุ่น ขณะที่ผู้ที่เสียเปรียบจะเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าประเภทเดียวกันกับญี่ปุ่น หรือเป็นประเทศคู่แข่ง เช่น เกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม ทางด้านเอเอ็นแซดให้ความเห็นไว้ในรายงานเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงนั้น จะทำให้ซัพพลายเออร์ได้รับผลกระทบ เนื่องจากค่าใช้จ่ายการขนส่งจะแพงขึ้น เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น เช่น ฮ่องกง ไทย และไต้หวัน น่าจะได้ผลประโยชน์มากขึ้นจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI