posttoday
ฝรั่งชำแหละจำนำข้าวไทยทำ"ประเทศ"ขาดทุนยับ

ฝรั่งชำแหละจำนำข้าวไทยทำ"ประเทศ"ขาดทุนยับ

14 มกราคม 2556

รอยเตอร์สชำแหละนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทยล้มเหลวทำประเทศขาดทุน-เจอคู่แข่งแย่งตลาด แต่เลิกไม่ได้เพราะหวังคะแนนเสียง

รอยเตอร์สชำแหละนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลไทยล้มเหลวทำประเทศขาดทุน-เจอคู่แข่งแย่งตลาด แต่เลิกไม่ได้เพราะหวังคะแนนเสียง

ไคลด์ รัสเซลล์ นักวิเคราะห์ด้านการตลาดของสำนักข่าวรอยเตอร์ส แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทยผ่านทางบทความแสดดงความเห็นส่วนตัวว่า  ทางการไทยได้ปกปิดตัวเลขการขาดทุนและความล้มเหลวของนโยบายรับจำนำข้าวส่งออกข้าวในปีที่แล้วที่ลดลงจากปี 2554 ที่ 35%  และเชื่อว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อไป เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ตัวเงินที่ขาดทุนอย่างมหาศาล แต่สนใจเฉพาะการได้มาซึ่งฐานคะแนนเสียงมากกว่าเท่านั้น

"ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ล้มละลาย นโยบายเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ"รัสเซลล์ ย้ำ

ผู้เขียนระบุต่อว่า นโยบายการจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาดของรัฐบาลไทย โดยเฉลี่ยแล้วมีสูงกว่าราคาข้าวของ อินเดีย และเวียดนามถึง 37% ทำให้ 2 ประเทศดังกล่าวได้รับประโยชน์ และสามารถแซงไทยขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายใหญ่ได้ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้ของอินเดียจะปริมาณการส่งออกข้าวสูงขึ้นถึง 8.5 ล้านตัน  ขณะที่ยอดส่งออกของเวียดนามอยู่ที่ 7.7 ล้านตัน

นอกจากนี้  แม้ว่ารัฐบาลไทยที่ปัจจุบันมีข้าวค้างอยู่ในสต็อกกว่า 12 ล้านตัน จะบอกว่าสามารถระบายได้ด้วยการทำสัญญาขายให้กับรัฐบาลต่างประเทศโดยตรงแบบ จีทูจี  ในปีนี้ แต่ตลาดยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยกันว่าจะทำได้อย่างราบรื่นไปได้ตลอดหรือไม่ เพราะด้วยราคาที่ขายนั้นมีราคาสูงกว่าตลาดมาก ทำให้ผู้ซื้อหันไปหาคู่แข่งอื่นๆและทำให้ไทยถูกแย่งตลาดไป

เห็นได้จากการที่รัฐบาลเคยประกาศว่าไว้เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ว่าได้ขายข้าวกว่า 7.3 ล้านตันแบบสัญญาจีทูจีแก่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์แล้ว แต่ปรากฏว่าต่อมารัฐบาลทั้ง สองประเทศต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการลงนามในสัญญาดังกล่าวขึ้น ขณะที่ผู้ค้าข้าวต่างก็ไม่เคยเห็นว่ามีการนำข้าวลงเรือออกจากท่าเรือเลยแม้แต่น้อย

ไม่เพียงเท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อขายข้าวกับทางการจีนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีการขนส่งข้าวใดๆทั้งสิ้น     อีกทั้งข้อมูลของทางการจีนก็ยังระบุอีกว่า การส่งออกข้าวไทยไปจีนในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2555 ลดลงถึง 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะที่ การส่งออกข้าวของเวียดนามไปจีนในช่วงเดียวกัน เพิ่มขึ้น 568%  ทั้งนี้ ใน 11 เดือนแรกปีที่แล้ว การนำเข้าข้าวของจีนจากอาเซียนทั้งหมดคิดทั้งหมด 3 ใน 4 ของจำนวนการนำเข้าของข้าวจีนทั้งประเทศที่ 2.129 ล้านตัน

ดังนั้น ตัวเลขที่ออกมาจึงสะท้อนภาพชัดว่าการส่งออกข้าวไทยกำลังมีปัญหา เพราะถูกคู่แข่งแย่งตลาด และประเทศที่นำเข้าข้าวก็หันไปหาประเทศส่งออกอื่นที่ขายได้ถูกกว่า

ทั้งนี้ แม้ว่าแนวโน้มการนำเข้าข้าวจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเห็นได้จาก การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นถึง 311% ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2555 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านั้น  เพราะราคาภายในสูงกว่าราคานำเข้า แต่ประเทศอื่นๆอย่าง อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มการนำเข้าลดลง เนื่องจากข้าวในสต็อกและผลผลิตที่ออกมาในปีที่ผ่านมามีเพียงพอกับความต้องการในประเทศ

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลไทยต้องการขายข้าวในสต็อกในโครงการับจำนำก็จะต้องยอมขายในราคาที่รับซื้อ ซึ่งนั่นก็หมายถึงต้องขายในราคาขาดทุน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน