
เงินท่วมกองทุนหุ้นโลกสูงสุดรอบ5ปี
สัปดาห์เดียวทะลุ6.6แสนล้านแก้ฟิสคัลคลิฟฟื้นความเชื่อมั่น
สัปดาห์เดียวทะลุ6.6แสนล้านแก้ฟิสคัลคลิฟฟื้นความเชื่อมั่น
นักลงทุนแห่ขนเงินเข้าตลาดหุ้นสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี หลังสหรัฐฟื้นความเชื่อมั่นแก้ปัญหาหน้าผาการคลังได้
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างข้อมูลของอีพีเอฟอาร์ บริษัทวิจัยตลาดทุน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวนเงินทุนที่ไหลทะลักเข้าสู่กองทุนหุ้นทั่วโลกได้พุ่งทะยานขึ้นสูงที่สุดในรอบมากกว่า 5 ปี ที่ 2.22 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.66 แสนล้านบาท) เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก ที่ดีดตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบหลายปี และผลจากการที่สหรัฐสามารถหาทางออกปัญหาหน้าผาการคลังได้สำเร็จ ทำให้ตลาดกลับมามีความเชื่อมั่น มากขึ้น
อีพีเอฟอาร์ ระบุว่า ปริมาณเงินที่ไหลเข้ากองทุนหุ้นทั้งหมดแบ่งออกได้เป็นการไหลทะลักเข้าสู่ตลาดสหรัฐที่ 1.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่วนอื่นๆ ของโลกที่ 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ตลาดทุนในยุโรปกลับมีปริมาณเงินทุนไหลเข้าเบาบางอยู่ที่ต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นทั่วโลกที่สูงขึ้นในรอบหลายปีนับเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า นักลงทุนเริ่มมีความกล้าที่จะเคลื่อนย้ายการลงทุนจากตลาดพันธบัตรที่ถูกมองว่าปลอดภัย หันมาถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในตลาดหุ้นมากขึ้นในปีนี้
ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในสหรัฐพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี ที่ 1,472.75 จุด ก่อนที่จะปิดตลาดด้วยการปรับตัวลดลงมาเล็กน้อยที่ 1,472.05 จุด ขณะที่ดัชนีฟุตซี 100 ของอังกฤษ ปิดที่ 6,121.58 จุด หรือสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2551
อย่างไรก็ตาม จิม สไตร์ด หัวหน้าฝ่ายตราสารทุนอังกฤษ บริษัทลงทุนแอ็กซา อินเวสต์เมนต์ แมนเนเจอร์ ได้วิเคราะห์ว่า การเคลื่อนย้ายการลงทุนช่วงนี้ยังไม่ได้เป็นไปอย่างถาวร และตลาดหุ้นก็ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะขาขึ้น หรือตลาดกระทิงอย่างแท้จริง
ขณะที่ ไมเคิล แคสต์เนอร์ ประธานบริษัทบริหารสินทรัพย์ ฮัยลาร์ด ให้ความเห็นว่า การหันมาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้นเกิดจากการที่นักลงทุนสหรัฐมองโลกในแง่ดีมากเกินไป โดยเฉพาะการคาดการณ์ไปก่อนว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ของบริษัทต่างๆ ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าจะออกมาอย่างน่าพอใจ
ขณะเดียวกัน ผลจากการที่นักการเมืองสหรัฐต้องเร่งเจรจาเพื่อขยายเพดานหนี้ และแผนการตัดลดงบประมาณ ก็อาจเป็นปัจจัยที่เข้ามาฉุดรั้งการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้
“นักลงทุนมองโลกในแง่ดีมากเกินไป โดยเฉพาะต่อผลประกอบการที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า และเราคิดว่าประเด็นการขยายเพดานหนี้ และการตัดลดด้านงบประมาณการคลังจะกลับมาเป็นปัจจัยลบต่อตลาดทุนอย่างหนักอีกครั้ง” แคสต์เนอร์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์







