
เศรษฐีนีจีนกวาดถนน10ปีสอนลูกหาเลี้ยงตัว
เศรษฐีนีในจีนอาณาจักรอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ทำงานเป็นพนักงานกวาดถนนนาน10ปี หวังสอนให้ลูกรู้จักทำมาหากิน
เศรษฐีนีในจีนอาณาจักรอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ทำงานเป็นพนักงานกวาดถนนนาน10ปี หวังสอนให้ลูกรู้จักทำมาหากิน
หากต้องการให้บุตรหลานเติบโตเป็นคนดี พ่อแม่ในสังคมสมัยนี้อาจต้องยกตัวอย่างที่เหมาะที่ควรให้เห็นกันจะจะ หรือทำให้เห็นเป็นแบบอย่างไปเลย เหมือนคุณแม่ลูกสองท่านหนึ่งในมณฑลหูเป่ยของจีนที่ลงทุนสมัครเป็นพนักงานทำความสะอาดถนนของรัฐ เพื่อทำงานหนักให้ลูกๆ ดู แม้ว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาลเป็นระดับเศรษฐินี
หยูเหยียนเจิน คุณแม่ผู้อุทิศตนรายนี้เล่าถึงที่มาของการลงทุนสอนลูกแบบสมจริงว่า เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว นางเป็นเพียงชาวไร่ปลูกผักหาเลี้ยงชีพคนหนึ่ง แต่พอเริ่มเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็นำไปสร้างตึกแถวปล่อยให้เช่าในเขตหงชาน ลงทุนเรื่อยๆ จนกลายเป็นตึกแถว 5 ชั้นทั้งหมด 3 หลัง
จนกระทั่งในปี 2008 รัฐบาลจีนออกกฎพัฒนาที่ดินในพื้นที่ซึ่งต้องเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด โดยจะตอบแทนให้เป็นที่ดินและส่วนที่ถูกเวนคืนไปในพื้นที่ใหม่ รวมถึงอพาร์ตเมนต์ 21 หลังของหยู ซึ่งเมื่อประเมินเป็นตัวเงินก็จะสามารถทำให้นางเป็นเศรษฐินีย่อมๆ คนหนึ่งของจีน
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเพื่อนบ้านและคนใกล้เคียงเมื่อได้รับอานิสงส์จากเงินตอบแทน ต่างเอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย บางรายถึงขั้นติดยาเสพติด หยูกังวลว่าลูกชาย-หญิงของตนเองจะลุ่มหลงไปกับฐานะการกินอันสุขสบาย จึงตัดสินใจสมัครงานเป็นพนักงานทำความสะอาดถนนของเขตหวู่จาง เพื่อเป็นแม่แบบให้ลูกๆ ไม่ให้หลงระเริงกับความร่ำรวยจนเสียคน จนถึงบัดนี้เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว
หน้าที่เก็บกวาดถนนจะเริ่มตั้งแต่ตี 3 ของทุกเช้า มีวันหยุดหนึ่งวัน โดยหยูต้องทำความสะอาดถนนเป็นระยะทาง 3 กม. และต้องคอยปัดกวาดให้สะอาดอยู่เสมอตลอดช่วงเวลาการทำงาน 6 ชม. นอกจากนี้ ยังต้องทำความสะอาดถังขยะ 8 ถัง ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกเช่นนี้ คุณแม่ต้องใช้ผ้าเปียกเช็ดหิมะออกจากถังขยะให้สะอาดเอี่ยมด้วย ซึ่งได้ค่าตอบแทนเพียงเดือนละ 1,420 หยวน หรือราว 6,850 บาทเท่านั้น
เพื่อนร่วมอาชีพหลายคนที่รู้ถึงฐานะที่แท้จริงของหยู หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าตัวถึงทนลำบาก และทนต่อสายตาที่รังเกียจต่ออาชีพที่จับต้องสิ่งสกปรกตลอดเวลา แต่เศรษฐินีผ้าขี้ริ้วห่อทองกลับกล่าวว่า รักในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะช่วยให้ลูกๆ เห็นว่า คนทุกคนต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่คิดว่าเกิดมาบนกองเงินกองทองและกินใช้กันง่ายๆ
ทั้งนี้ นอกจากจะทำตัวเป็นตัวอย่างแล้ว หยูยังได้ลั่นวาจาไว้ด้วยว่า หากลูกไม่ทำงาน จะบริจาคอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดให้กับรัฐไป ปัจจุบันลูกชายจึงประกอบอาชีพเป็นพนักงานขับรถได้เงินเดือนราว 2,000 หยวน ขณะที่ลูกสาวเป็นพนักงานของออฟฟิศแห่งหนึ่งด้วยเงินเดือน 3,000 กว่าหยวน







