posttoday
มะกันเสี่ยง'ฟิสคัล คลิฟ'ฉิวเฉียดรับปีใหม่ กูรูเตือนแค่ซื้อเวลา

มะกันเสี่ยง'ฟิสคัล คลิฟ'ฉิวเฉียดรับปีใหม่ กูรูเตือนแค่ซื้อเวลา

06 มกราคม 2556

เริ่มต้นเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2556 ด้วยความครึกครื้นในหลายประเทศทั่วโลก ที่พร้อมใจจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก

เริ่มต้นเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2556 ด้วยความครึกครื้นในหลายประเทศทั่วโลก ที่พร้อมใจจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เริ่มต้นเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2556 ด้วยความครึกครื้นในหลายประเทศทั่วโลก ที่พร้อมใจจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก

ไม่เว้นแม้แต่พม่า ที่ร่วมจัดงานเคาต์ดาวน์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยมีชาวพม่ากว่า 9 หมื่นคน รวมตัวกันที่เจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้ง ร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ นับเป็นสัญลักษณ์ครั้งสำคัญของการเปิดประเทศของพม่าอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน แต่ทว่าที่สหรัฐนั้นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะทำเนียบขาวและสมาชิกวุฒิสภา ที่ต้องเร่งหารือบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงวิกฤตหน้าผาการคลัง (ฟิสคัล คลิฟ) กันอย่างตึงเครียด เพื่อให้ทันภายในกำหนดเส้นตายของวันที่ 31 ธ.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีและตัดลดค่าใช้จ่ายอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย

แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ทำเนียบขาวและสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน สามารถบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลังได้สำเร็จอย่างฉิวเฉียด แต่ทว่ากระแสตอบรับจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างมองว่าเป็นเพียงแค่การซื้อเวลาเท่านั้น เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์

มะกันเสี่ยง'ฟิสคัล คลิฟ'ฉิวเฉียดรับปีใหม่ กูรูเตือนแค่ซื้อเวลา

 

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐบาลจะขึ้นภาษีชาวอเมริกันที่มีรายได้เกิน 4 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 12.4 ล้านบาท) ต่อปี และครอบครัวที่มีรายได้เกิน 4.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 13.9 ล้านบาท) ต่อปี จากเดิมที่ระดับ 35% ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 39.6% รวมทั้งขึ้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์และภาษีเงินปันผลที่ระดับ 20% จากเดิมที่ระดับ 15%

นอกจากนี้ ยังมีการต่ออายุเงินช่วยเหลือผู้ที่ว่างงานออกไปอีก 1 ปี ซึ่งครอบคลุมคนตกงานทั่วประเทศกว่า 2 ล้านคน ตลอดจนการชะลอการขึ้นเงินเดือนนักการเมือง

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการตัดลดรายจ่ายมูลค่ากว่า 1.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.379 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะกินระยะเวลา 10 ปี นั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะชะลอการตัดสินใจออกไป 2 เดือน หรือในเดือน มี.ค.นี้แทน

ขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวไม่ครอบคลุมประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 16.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 508 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ทั้งสองพรรคจำเป็นต้องมีการหารือกันอีกครั้งในเดือน ก.พ. และ มี.ค.อีกครั้ง ซึ่งหากการหารือล้มเหลวอาจส่งผลให้สหรัฐต้องเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้ ที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจโลก

สำนักงานงบประมาณของสภาคองเกรส (ซีบีโอ) เตือนว่า แผนดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขาดดุลงบประมาณสหรัฐในอีก 10 ปีข้างหน้าเพิ่มทะลุระดับ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 124 ล้านล้านบาท) เนื่องจากการตัดลดรายจ่ายนั้น มีแนวโน้มมีมูลค่าเพียงแค่ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.65 แสนล้านบาท) ซึ่งน้อยกว่าที่มีการเสนอไว้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ยอดขาดดุลงบประมาณมีแนวโน้มพุ่งจาก 1.09 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33.79 ล้านล้านบาท) ในปี 2555 มาอยู่ที่ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 124 ล้านล้านบาท)

นอกจากนี้ บรรดาสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังและนักวิเคราะห์ออกโรงเตือนอีกว่าแผนหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลังดังกล่าว ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะแก้ปัญหาขาดดุลงบประมาณของประเทศได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญความเสี่ยง ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกหั่นอันดับเครดิตในอนาคต

สอดคล้องกับความเห็นของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ที่ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงจากระดับสูงสุด AAA สู่ระดับ AA+ เมื่อเดือน ส.ค. 2554 โดยย้ำชัดว่าแผนแก้ฟิสคัล คลิฟ ฉบับดังกล่าวไม่ช่วยให้สถานะทางการคลังของประเทศมีเสถียรภาพขึ้น และยังสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารประเทศและระบบการเมืองที่ไร้เสถียรภาพและคาดเดาได้ยากขึ้น

นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการหลีกเลี่ยงฟิสคัล คลิฟ แล้ว สหรัฐยังต้องเดินหน้าหารือในประเด็นผลกระทบของการใช้นโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี 3) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกันอีกระลอก ภายหลังจากมีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee) เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ที่ประชุมได้แสดงความวิตกกังวลต่อผลกระทบระยะยาวของนโยบายคิวอี 3 ว่าอาจมีผลต่อดุลบัญชีของธนาคารกลาง โดยเริ่มโต้แย้งในเรื่องระยะเวลาที่จะยุติการใช้คิวอี 3 แม้การประกาศใช้ก่อนหน้าจะยืนยันหนักแน่นว่าจะซื้อพันธบัตรจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว และอัตราว่างงานลดต่ำกว่า 6.5%

รายงานระบุว่า คณะกรรมการส่วนหนึ่งเห็นชอบที่จะยังไม่กำหนดวันสิ้นสุดของการบังคับใช้แผนคิวอี 3 ขณะที่บางส่วนเห็นว่าน่าจะยุติภายในปี 2556 และอีกส่วนหนึ่งเห็นว่าควรยุติเร็วกว่านั้น

ความขัดแย้งข้างต้นแสดงให้เห็นว่าเฟดเริ่มไม่มั่นใจต่อประสิทธิภาพของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้ในปัจจุบัน โดยแม้สมาชิกส่วนใหญ่จะเห็นว่าโครงการทุ่มซื้อพันธบัตรจะช่วยสนับสนุนการเติบโตได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการบังคับใช้ต่อไปเรื่อยๆ จะเอื้อประโยชน์มากแค่ไหน แถมยังมีแนวโน้มว่าต้นทุนที่ต้องเสียไปอาจเพิ่มขึ้นกรณีที่บัญชีงบดุลเพิ่มขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน