posttoday
มะกันบรรลุแผน "ฟิสคัลคลิฟ" กูรูเตือนแค่ยื้อเวลา

มะกันบรรลุแผน "ฟิสคัลคลิฟ" กูรูเตือนแค่ยื้อเวลา

02 มกราคม 2556

เดโมแครตรีพับลิกัน บรรลุข้อตกลงเลี่ยง “ฟิสคัล คลิฟ” ลุยขึ้นภาษีคนรวย ชะลอการหั่นงบประมาณ เบื้องต้นวุฒิสภาอนุมัติแผน ลุ้นสภาล่างลงมติต่อ

เดโมแครตรีพับลิกัน บรรลุข้อตกลงเลี่ยง “ฟิสคัล คลิฟ” ลุยขึ้นภาษีคนรวย ชะลอการหั่นงบประมาณ เบื้องต้นวุฒิสภาอนุมัติแผน ลุ้นสภาล่างลงมติต่อ

ทำเนียบขาวและสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน สามารถบรรลุข้อตกลงหลีกเลี่ยงวิกฤตหน้าผาการคลัง (ฟิสคัล คลิฟ) ได้สำเร็จ โดยข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าเส้นตายเวลา 23.59 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความโล่งอกให้กับนักลงทุนทั่วโลก ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าเป็นเพียงแค่การซื้อเวลาเท่านั้น

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัฐบาลจะขึ้นภาษีชาวอเมริกันที่มีรายได้เกิน 4 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 12.4 ล้านบาท) ต่อปี และครอบครัวที่มีรายได้เกิน 4.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 13.9 ล้านบาท) ต่อปี จากเดิมที่ระดับ 35% ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 39.6% รวมทั้งขึ้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์และภาษีเงินปันผลที่ระดับ 20% จากเดิมที่ระดับ 15%

การขึ้นภาษีครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จของประธานาธิบดี บารัก โอบามา เนื่องจากที่ผ่านมาโอบามาได้เรียกร้องให้มีการขึ้นภาษีคนรวยมาโดยตลอด โดยอ้างว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐ 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18.6 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้านี้ และขณะเดียวกันลดยอดขาดดุลงบประมาณของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการต่ออายุเงินช่วยเหลือผู้ที่ว่างงานออกไปอีก 1 ปี ซึ่งครอบคลุมคนตกงานทั่วประเทศกว่า 2 ล้านคน ตลอดจนการชะลอการขึ้นเงินเดือนนักการเมือง

ในส่วนของการตัดลดรายจ่ายมูลค่ากว่า 1.09 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.379 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะกินระยะเวลา 10 ปีนั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะชะลอการตัดสินใจออกไป 2 เดือน หรือในเดือน มี.ค.นี้แทน โดยในส่วนของ 2 เดือนแรกของปีนี้ รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องลดงบประมาณด้านกลาโหมและสวัสดิการสังคมลงบางส่วนก่อน

ขณะเดียวกันหลายฝ่ายเตือนว่า แผนดังกล่าวไม่ครอบคลุมประเด็นเรื่องการขยายเพดานหนี้สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 16.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 508 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ทั้งสองพรรคจำเป็นต้องมีการหารือกันอีกครั้งในเดือน ก.พ.และ มี.ค.นี้

ในเบื้องต้น ทางวุฒิสภาสหรัฐซึ่งมีพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากนั้น ได้ลงมติอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวแล้วด้วยคะแนนเสียง 89 ต่อ 8 เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปคือการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งทางรีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่ โดยนักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่า แผนดังกล่าวอาจสะดุดลงในสภาล่าง ซึ่งมีการหารือกันเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา

“แม้จะไม่มีฝ่ายใดได้ในสิ่งที่ต้องการทั้งหมด แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับประเทศของเรา และสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ควรลังเลที่จะอนุมัติแผนนี้” ประธานาธิบดีโอบามาแถลง พร้อมย้ำชัดว่า การขึ้นภาษีควบคู่ไปกับการลดรายจ่ายคือวิธีเดียวที่ประเทศจะสามารถลดยอดขาดดุลงบประมาณได้

สอดคล้องกับสมาชิกพรรคเดโมแครตรายอื่นๆ ที่ต่างยืนกรานว่า แผนดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้

“นี่ไม่ใช่ข้อตกลงที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการตกหน้าผาการคลัง” ชัค ชูเมอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าว

ทั้งนี้ แม้จะเลยเส้นตายวันที่ 31 ธ.ค. 2555 ทว่ารัฐบาลสหรัฐมีเวลาถึงวันที่ 3 ม.ค. 2556 ที่จะออกร่างกฎหมายตัดลดงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากตรงกับวันหยุด

ทว่า หากแผนดังกล่าวล้มเหลว จะเกิดการตัดลดงบประมาณอัตโนมัติทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดานักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลกต่างหวาดผวากันมากที่สุด เนื่องจากจะส่งผลให้เงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐมากถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18.6 ล้านล้านบาท) อัตราว่างงานพุ่งสู่ระดับ 9.1% จากระดับ 7.7% และส่งผลให้เศรษฐกิจเมืองลุงแซมเข้าสู่ภาวะถดถอยทันที ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาคองเกรส และหัวหน้าวิปฝ่ายค้านพรรครีพับลิกัน ยืนยันว่า สภาล่างจะไม่มีการอนุมัติแผนใดๆ จนกว่าจะผ่านการประเมินจากสมาชิกสภาและชาวอเมริกันทั้งประเทศ พร้อมส่งสัญญาณว่า อาจต้องมีการแก้ไขแผนดังกล่าวหากจำเป็น

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสิ้นสุดลงเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสใช้เวลาถกเรื่องหน้าผาการคลังนาน 7 สัปดาห์

ด้านนักวิเคราะห์ออกโรงเตือนว่า แผนดังกล่าวไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว และเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น เนื่องจากการตัดสินใจที่สำคัญอย่างการตัดลดงบประมาณถูกชะลอออกไปอีกครั้ง

“หากทั้งสองสภาอนุมัติแผนก็จะช่วยป้องกันเศรษฐกิจสหรัฐไม่ให้เข้าสู่ภาวะถดถอยได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น” เมนซี ชิน นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ในสหรัฐ เตือน

สอดคล้องกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ ที่เตือนว่าการเจรจาที่ยืดเยื้อจะยิ่งฉุดเศรษฐกิจเมืองลุงแซมมากขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI