
มะกันจ่อให้ครูพกปืนไปรร.หวังใช้สกัดเหตุสังหารหมู่
รัฐบาลท้องถิ่นมะกันเตรียมเสนอให้ครูติดอาวุธปืน ป้องกันเหตุสังหารหมู่ในโรงเรียนซ้ำรอย ด้านสมาคมปืนออกโรงหนุน ย้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุด
รัฐบาลท้องถิ่นมะกันเตรียมเสนอให้ครูติดอาวุธปืน ป้องกันเหตุสังหารหมู่ในโรงเรียนซ้ำรอย ด้านสมาคมปืนออกโรงหนุน ย้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุด
รัฐบาลท้องถิ่นหลายพื้นที่ในสหรัฐเตรียมพิจารณาเสนอกฎหมายให้ครูและบุคลากรการศึกษาสามารถพกพาอาวุธปืนในโรงเรียนได้ รวมถึงเตรียมจัดคอร์สฝึกอบรมการใช้ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เพื่อใช้เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยกับกรณีสังหารหมู่ที่โรงเรียนมัธยมแซนดี ฮุก ในเมืองนิวตัน รัฐคอนเนกทิคัต เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวที่ถือเป็นกระแสตรงข้ามกับผู้ที่ต้องการให้ควบคุมการถือครองอาวุธปืนให้เข้มงวดมากขึ้นนี้ ได้รับการผลักดันขึ้นโดยกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นและสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) ซึ่งให้เหตุผลว่าการติดอาวุธให้ครูคือสิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหา เพราะว่าไม่มีทางรู้เลยว่าจะสามารถหยุดยั้งคนร้ายได้อย่างไร เหมือนดังเช่นเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนแซนดี ฮุก
ทั้งนี้ แม้ว่าข้อเสนอการติดอาวุธให้กับครูจะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในหลายรัฐ อาทิ ฟลอริดา มินนิโซตาโอเรกอน เซาท์ดาโกตา และเทนเนสซี แต่ในบางรัฐเช่น ยูทาห์ ซึ่งมีกฎหมายให้ผู้คนพกพาอาวุธไปในโรงเรียนและที่สาธารณะ ได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ครูมีอาวุธปืนได้ง่ายขึ้นแล้วเมื่อวันที่27 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยยกเว้นค่าบริการฝึกสอนการใช้ปืนให้กับบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมอบรม
บิล สก็อต สมาชิกบอร์ดบริหารของสภากีฬายิงปืนยูทาห์ (ยูเอสเอสซี)กล่าวกับเอเอฟพีว่า หลังจากยกเลิกค่าบริการ มีครูกว่า 400 คนแสดงความสนใจเข้าร่วมอบรม ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากเกินกว่าขีดความสามารถขององค์กรจะรองรับได้เพราะมีศักยภาพรองรับได้เพียงแค่180 คนเท่านั้น
ขณะที่ ทอม ฮอนน์ อัยการรัฐแอริโซนา เปิดเผยว่า กำลังเตรียมร่างกฎหมายและกฎเกณฑ์เบื้องต้นเพื่อเปิดทางให้บุคลากรทางการศึกษาได้เข้ามารับการอบรมการใช้อาวุธปืนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายเหมือนเช่นกรณีของโรงเรียนแซนดี ฮุก
"ในเบื้องต้นนั้น เราต้องการให้มีตำรวจติดอาวุธไปประจำอยู่ที่โรงเรียนแต่เมื่อพิจารณาจากงบแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการอบรมให้ครูสามารถใช้อาวุธปืนเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินได้ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดรองลงมา" ฮอนน์ กล่าว
วันเดียวกัน ผลสำรวจของรอยเตอร์สและอิปซอสที่สำรวจความเห็นจากชาวอเมริกันกว่า 1,477 คน หลังจากเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียน พบว่า มีเพียงแค่ 48% เท่านั้นที่สนับสนุนการออกกฎหมายควบคุมการครอบครองปืน ขณะที่ผู้สนับสนุนและสนับสนุนบางส่วนให้ใช้ปืนพกเพื่อปกป้องตนเองจากสถานการณ์คับขันและอันตรายได้ กลับมีจำนวนมากถึง 69%และ 68% ตามลำดับ







