posttoday
"แอลดีพี"คว้าชัยศึกเลือกตั้งญี่ปุ่น

"แอลดีพี"คว้าชัยศึกเลือกตั้งญี่ปุ่น

17 ธันวาคม 2555

แอลดีพีจับมือพรรคร่วมครองเสียง 2 ใน 3 ของสภา ดัน อาเบะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 กูรูจับตารัฐบาลใหม่ใช้นโยบายต่างประเทศแข็งกร้าวขึ้น

แอลดีพีจับมือพรรคร่วมครองเสียง 2 ใน 3 ของสภา ดัน อาเบะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 กูรูจับตารัฐบาลใหม่ใช้นโยบายต่างประเทศแข็งกร้าวขึ้น

ผลการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่าน|มา ปรากฏว่าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ได้รับชัยชนะไปตามความคาดหมาย โดยคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไปได้ 275-310 ที่นั่ง จากทั้งหมด 480 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (ดีพีเจ) ของนายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ ได้จำนวน สส.ไปเพียง 55–77 ที่นั่งเท่านั้น จากที่เคยชนะถล่มทลายถึงกว่า 300 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2552
ชัยชนะจากการเลือกตั้งของพรรคแอลดีพีในครั้งนี้ จะส่งผลให้ญี่ปุ่นได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นครั้งที่ 7 ในรอบเกือบ 7 ปี และยังเป็นการหวนคืนสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นครั้งที่ 2 ของอาเบะอีกด้วย หลังจากที่ลาออกไปเมื่อปี 2009 เนื่องจากปัญหาสุขภาพ สำหรับการเปิดสภาเพื่อเลือกตัวนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนั้น หนังสือพิมพ์นิเกอิรายงานว่า อาจมีการเปิดประชุมสภาขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 26 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ หากรวมคะแนนเสียงกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง นิวโค เมอิโตะ ซึ่งได้ไป 27-35 ที่นั่งแล้ว จะส่งผลให้พรรคร่วมมีคะแนนเสียงมากกว่า 300 ที่นั่งในสภา หรือมากกว่า 2 ใน 3 ซึ่งจะทำให้รัฐบาลพรรคร่วมสามารถผ่าทางตันและเร่งผลักดันนโยบายหรือร่างกฎหมายต่างๆ ได้ง่ายขึ้น หลังจากที่ปัญหาเสียงแตกในสภาได้ทำให้การเดินหน้านโยบายต่างๆ ของญี่ปุ่นสะดุดมานับตั้งแต่ปี 2550

สำหรับทิศทางการบริหารประเทศของพรรคแอลดีพีภายใต้การนำของอาเบะ ได้รับการคาดการณ์จากหลายฝ่ายว่าจะมีแนวทางอนุรักษนิยมและแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ข้อพิพาทหมู่เกาะเซนกากุ หรือเตียวหยู กำลังส่อเค้าร้อนแรงขึ้น ซึ่งอาเบะได้เสนอในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า อาจแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อให้ญี่ปุ่นมีอิสระในการจัดการด้านความมั่นคงมากขึ้น และพร้อมจะเพิ่มความร่วมมือด้านการทหารและการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐให้เหนียวแน่นขึ้นด้วยเช่นกัน

ด้านนโยบายเศรษฐกิจนั้น พรรคแอลดีพีประกาศชัดว่าจะมุ่งเน้นการใช้นโยบายการเงินและการคลังในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการเติบโตและหวังใช้เป็นแนวทางในการนำพาญี่ปุ่นให้หลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดและค่าเงินเยนที่แข็งค่ามากเกินไป

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายฝ่ายได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจดังกล่าวว่า จะช่วยกระตุ้นการเติบโตได้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่ฝังรากลึกมาหลายปีประกอบกับการที่มีหนี้มหาศาล ไม่อาจแก้ได้โดยใช้เวลาไม่กี่ปีเท่านั้น นอกจากนี้นักลงทุนยังอาจเสียความเชื่อมั่น หากรู้สึกว่ารัฐบาลญี่ปุ่นไม่สามารถควบคุมปัญหาการคลังเอาไว้ได้

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน