posttoday
เฟดลุยซื้อบอนด์รอบใหม่4.5หมื่นล.

เฟดลุยซื้อบอนด์รอบใหม่4.5หมื่นล.

14 ธันวาคม 2555

ขยายคิวอี3-ตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำ ฝันเห็นว่างงานมะกันเหลือ6.5%

ขยายคิวอี3-ตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำ  ฝันเห็นว่างงานมะกันเหลือ6.5%

เฟดประกาศเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่ม 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน กดดอกเบี้ยต่ำต่อถึงปี 2558 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขยายมาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 พร้อมกับผูกอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ 0-0.25% กับเป้าอัตราว่างงานเป็นครั้งแรก โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำไปจนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงมาอยู่ที่ 6.5% ซึ่งนับเป็นความพยายามล่าสุดในกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า

ภายใต้มาตรการดังกล่าวซึ่งมีขึ้นเพื่อทดแทนโครงการ “โอเปอเรชัน ทวิสต์” ที่จะหมดอายุลงสิ้นปีนี้ เฟดจะเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาววงเงิน 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน เพื่อหวังกดอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศ โดยหากรวมกับมาตรการคิวอี 3 ที่ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ จะส่งผลให้เฟดเข้าซื้อตราสารหนี้ทั้งหมดคิดเป็นมูลค่า 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.6 ล้านล้านบาท) ต่อเดือน

ในส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้น เบอร์แนนคี เผยว่า เฟดจะผูกอัตราดอกเบี้ยกับเป้าอัตราว่างงาน 6.5% และอัตราเงินเฟ้อ 2.5% ซึ่งหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปจนกว่าอัตราว่างงานของประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 7.7% จะลดลงเหลือ 6.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะต้องไม่ปรับตัวสูงเกินระดับ 2.5% จากระดับปัจจุบันที่ 1.7% โดยเบอร์แนนคี ย้ำว่า หากระดับว่างงานเป็นไปตามคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำจนถึงปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เฟดคาดว่าอัตราว่างงานจะลดเหลือระดับ 6.0%-6.6%

แม้มาตรการเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐจะเป็นไปตามคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์ ทว่าการผูกอัตราดอกเบี้ยกับอัตราว่างงานและเงินเฟ้อนั้นกลับสร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย

“ไม่มีใครทราบว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทิศทางใดบ้าง” ยูเอสเอ ทูเดย์ ระบุ

อย่างไรก็ตาม เบอร์แนนคี ยืนยันว่า การผูกอัตราดอกเบี้ยกับอัตราว่างงานและเงินเฟ้อเปรียบเสมือน “กลไกสร้างเสถียรภาพอัตโนมัติ” ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถปรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยตามสภาพเศรษฐกิจจริงได้ พร้อมย้ำว่า จะไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที หากอัตราว่างงานลดหรืออัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นตามเป้า เนื่องจากเฟดจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ เช่น จำนวนชาวอเมริกันที่เลิกหางาน เป็นต้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมเฟดยังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของประเทศลงจากระดับ 1.7%-2% เหลือ 1.7%-1.8% ในปีนี้ และ 2.3%-3% จากเดิมที่ระดับ 2.5%-3% ในปีหน้า

“เฟดกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือเกรต ดีเพรสชัน” ไดแอน สวองก์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทด้านการลงทุน เมซิโรว์ ไฟแนนเชียล โฮลดิง ในชิคาโก กล่าว

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัว อาทิ อัตราว่างงานที่ลดเหลือ 7.7% ในเดือน พ.ย. เช่นเดียวกับการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทว่าการฟื้นตัวยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่นักวิเคราะห์ต่างกังวลว่า วิกฤตหน้าผาการคลังกำลังฉุดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนอย่างหนักจนนำไปสู่การชะลอการลงทุนและจ้างงาน

“เห็นได้ชัดว่า ฟิสคัล คลิฟฟ์ กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ” เบอร์แนนคี เผย พร้อมย้ำชัดว่า เฟดไม่มีศักยภาพมากพอที่จะกู้เศรษฐกิจสหรัฐได้หากประเทศตกหน้าผาการคลัง ซึ่งหมายถึงการตัดลดงบประมาณอัตโนมัติที่อาจทำให้เศรษฐกิจเมืองลุงแซมเข้าสู่ภาวะถดถอย

ทว่าประธานเฟดเชื่อมั่นว่า พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะสามารถบรรลุข้อตกลงการตัดลดงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจระยะยาวได้

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน