posttoday
ให้เกียรติและมีอนาคตร่วมกัน(เทคนิคมัดใจนักธุรกิจเกาหลี...จบ)

ให้เกียรติและมีอนาคตร่วมกัน(เทคนิคมัดใจนักธุรกิจเกาหลี...จบ)

09 ธันวาคม 2555

ผู้ใหญ่คนไทยท่านหนึ่ง ถาม “เชกา” เมื่อพบกันเป็นครั้งแรก ว่า... “คนเกาหลีเป็นยังไง”

ผู้ใหญ่คนไทยท่านหนึ่ง ถาม “เชกา” เมื่อพบกันเป็นครั้งแรก ว่า... “คนเกาหลีเป็นยังไง”

คำถามนี้ทำเอางงไปหลายวินาที เพราะไม่ทราบว่าท่านจะถามในมิติไหน จนกระทั่งเพื่อนสนิทของเชกาที่มาด้วยกันอธิบายว่า อาเฮียท่านนี้เจอคนเกาหลีที่ทำธุรกิจด้วยกันโกงไปหลายสิบล้านบาท...และเกาหลีตัวแสบนายนั้นก็หนีหายเข้ากลีบเมฆไปทางด่านกัมพูชา เพื่อนบอกว่า “เขา (มันเรียกด้วยความแค้น) ไปแล้ว แต่ไม่มีทางที่จะกลับมาได้ เพราะหมายหัวไว้ทุกด่าน”...เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ค่ะ ไม่ว่าคนชาติไหนๆ มีทั้งที่ดีและไม่ดี จะทำธุรกิจต้องคบและดูใจกันนานๆ เจอคนดีจริงๆ ก็โชคดีเหมือนถูกหวยค่ะ แม้อาเฮียเป็นนักธุรกิจรุ่นเก๋าสร้างตัวมาจากศูนย์จนมีทรัพย์สิน (ในชื่ออาเจ้) ในหลักพันล้าน แต่ถูกหวยกินเอาจนได้ เพราะเฮียเป็นคนใจดีค่ะ...

เมืองไทยในสายตาคนเกาหลีเป็นทั้งสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เป็นประเทศที่ได้รับพรจากพระเจ้า (เมื่อเทียบกับที่เกาหลี อาหารก็ถูกกว่าอร่อยที่ดินกว้างใหญ่เพาะปลูกได้ทั้งปีคนไทย (ดีๆ) ก็น่ารัก) เป็นบ้านหลังที่สองที่จะมาอยู่หลังเกษียณ จากปีหน้าเป็นต้นไป ผู้เกษียณอายุและจ่ายเงินสมทบประกันสังคมของเกาหลีคนที่อายุเกิน 65 จะมีเงินบำนาญประมาณเดือนละ 65,000 บาท (แงๆ ช่างน่าสงสารลูกจ้างเกษียณอายุในระบบประกันสังคมไทยจังเลย ...ได้ยังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของเขา) เงินเท่านี้อยู่ที่เกาหลีค่อนข้างลำบาก แต่สามารถใช้ชีวิตในเมืองไทยพร้อมคู่ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างสบายมาก เกาหลีที่มาเยี่ยมบริษัทเกือบทุกคนบอกว่า “เพียงออ หลังเกษียณ ชั้นจะมาอยู่ที่นี่นะ (หมายความว่าเธอจงเตรียมตัวช่วยหาที่พักและดูแลฉันด้วย...อ๊ากกกส์)”...

อ่านหัวข้อเรื่องวันนี้แล้วเหมือนคำขอใครแต่งงานสักคน ฮ่าๆ แต่กำลังพูดถึงมารยาททางสังคมค่ะ...สิ่งหนึ่งที่นักธุรกิจเกาหลี (ที่ดี) มอง คือ คุณเป็นคนให้เกียรติคนหรือเปล่า ที่จริงสิ่งนี้ทุกๆ คนในโลกย่อมรู้ดีค่ะ ว่าการให้เกียรติแม้กระทั่งแก่ลูกน้องเราเองเป็นเรื่องที่ควรกระทำในฐานะที่มีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน แต่ผู้บังคับบัญชาบางคนที่มีความคิดเห็นที่ผิด ไม่ให้คุณค่าของความเป็นคนเท่าเทียมกันและเผลอแสดงออกต่อหน้าบุคคลอื่น ซึ่งส่งผลให้ผู้อื่นอาจกลับไปทบทวนใหม่ว่า ควรจะทำธุรกิจเป็นพาร์ตเนอร์กันหรือไม่ ดังนั้นเกาหลีจึงสอนกันว่า ไม่ควรตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชาต่อหน้าบุคคลอื่น ถึงแม้ผู้ใต้บังคับบัญชาจะกระทำผิดต่อหน้าแขก ก็ควรตักเตือนด้วยคำพูดที่สุภาพและระมัดระวัง การเสียหน้าเป็นสิ่งละเอียดอ่อนในสังคมตะวันออก โดยเฉพาะเกาหลีและญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญมาก มีตัวอย่างน่าสงสารให้เห็นมากมายค่ะ ที่ผู้ถูกผู้บังคับบัญชาทำให้ขายหน้าในที่ทำงานเป็นประจำ ผนวกกับปัญหาชีวิตรุมเร้าจึงลาออกจากงานไป หรือฆ่าตัวตายไปก็มี (คนนี้เป็นญี่ปุ่นที่ทำงานใกล้เคียงกัน) ...

ร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเกาหลีต้องถูกกดขี่เมื่อตกเป็นเมืองขึ้น และได้รับความลำบากแสนสาหัสจากสงครามเกาหลี ทำให้คนเกาหลีต้องต่อสู้ดิ้นรน ทำอะไรจริงจังต้องสำเร็จ ต้องพรีเซนต์ตัวเองเป็นเพื่อให้ถูกเลือก สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกต คือ เวลาสัมภาษณ์เด็กๆ จบใหม่เพื่อคัดเลือกเข้าทำงาน เกาหลีมักยิงคำถามไปว่า “คุณมีดีอะไร คุณอยากจะก้าวถึงตำแหน่งไหนในบริษัทนี้” เด็กเกาหลีจะตอบได้ฉะฉานแต่ไม่ยกตัวเองจนเกินไป และตำแหน่งที่คาดหวังในอนาคต คือ อย่างน้อยๆ ก็รองประธานบริษัท แต่เด็กไทยส่วนใหญ่จะตอบว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ในอนาคตอยากมีงานที่เลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้สุขสบาย มีบ้าน มีรถ มีอนาคตที่มั่นคงเท่านั้นก็พอ”...ส่วนน้อยจะบอกว่า อยากเป็นอะไร บางคนไม่ทะเยอทะยาน บางคนเอาแต่ถ่อมตน หรือไม่ก็บอกว่าอยากมีธุรกิจของตัวเอง (ตรงไปไหมเนี่ย มาสมัครงานแต่บอกเป็นนัยๆ ไว้ก่อนว่าจะไม่อยู่นาน เพราะจะไปทำธุรกิจตัวเอง) ทำเอาเกาหลีงงว่า... สังคมไทยเค้าไม่ถามแบบนี้ เค้าไม่คิดถึงอนาคตที่เดินคู่ไปกับบริษัทกันหรอกหรือ...

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน