
ศก.มะกันดิ่งถอดใจเลิกหางาน
ศก.มะกันยังน่าเป็นห่วง แม้ยอดว่างงานลดต่ำสุดใน 4 ปี เหตุคนถอดใจเลิกหางานทำ
ศก.มะกันยังน่าเป็นห่วง แม้ยอดว่างงานลดต่ำสุดใน 4 ปี เหตุคนถอดใจเลิกหางานทำ
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยอัตราว่างงานของประเทศในเดือน พ.ย. ผลปรากฏว่าอยู่ที่ระดับ 7.7% ลดลงจากระดับ 7.9% ในเดือนต.ค. ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานใหม่อยู่ที่ 1.46 แสนตำแหน่ง เพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อเดือนต.ค. ถึง 8,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง เนื่องจากตัวเลขว่างงานที่ลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่ชาวสหรัฐเลิกหางานทำ ซึ่งเป็นสัดส่วนกลุ่มคนตกงานที่กระทรวงแรงงานไม่ได้นำมาคิดคำนวณรวม
รายงานระบุว่า จำนวนผู้ว่างงานระยะยาว หรือไม่มีงานทำมานานไม่ต่ำกว่า 27 สัปดาห์ ยังอยู่ที่ 4.8 ล้านคนในเดือน พ.ย. คิดเป็น 40% ของจำนวนผู้ว่างงานโดยรวมในประเทศที่ 12 ล้านคน โดยที่อีก 4.2 ล้านตำแหน่ง ซึ่งต้องตกงานตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 ยังคงไม่มีงานทำ
“อัตราการว่างงานเดือน พ.ย. นับเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า การที่ชาวสหรัฐจำนวนมากยังไร้งานทำเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง โดยที่เราอาจต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปีที่จะทำให้ตลาดแรงงานฟื้นตัวดีขึ้นอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพก่อนหน้าการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทีเดียว” ไฮดี ชีเยร์โฮสซ์ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมกล่าว
กระนั้นก็ตาม ตัวเลขว่างงานที่ลดลง นับว่าสวนทางกับการคาดการณ์ส่วนใหญ่ของนักเศรษฐศาสตร์ที่มองว่า อิทธิพลของเฮอร์ริเคนแซนดี ซึ่งพัดถล่มชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอย่างหนักเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. จะส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งสูงขึ้น ภายหลังธุรกิจค้าปลีกจำนวนมากและตลาดหุ้นสหรัฐ ต้องปิดบริการเป็นการชั่วคราว







