
ซิตี้กรุ๊ปเลย์ออฟหมื่นคนทั่วโลก
ลุยยกเครื่องปรับขนาดองค์กรปีหน้าวอลสตรีตลดคนต่อเนื่อง
ลุยยกเครื่องปรับขนาดองค์กรปีหน้าวอลสตรีตลดคนต่อเนื่อง
ซิตี้ กรุ๊ป ปลดพนักงาน 1.1 หมื่นคน เหตุรายได้หด คาดวอลสตรีตโละคนทิ้งอีกเพียบ หากเศรษฐกิจยังชะลอ
ซิตี้ กรุ๊ป สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ประกาศปลดพนักงานกว่า 1.1 หมื่นคนทั่วโลก หรือคิดเป็น 4% ของพนักงานทั้งหมด นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับลดขนาดองค์กรครั้งใหญ่ ภายหลังบริษัทประสบภาวะรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
การปลดพนักงานครั้งนี้ ซึ่งมีขึ้นเพียง 2 เดือน หลัง วิกรม บัณฑิต อดีตประธานบริหารประกาศลาออกอย่างกะทันหัน ครอบคลุมพนักงานในสายลงทุนและบรรษัทธนกิจ 25% สายบุคคลธนกิจ 35% และพนักงานในสายบริการด้านธุรกรรมอีก 10%
นอกจากนี้ ธนาคารรายใหญ่ยังเตรียมยุบ 84 สาขาในต่างประเทศ รวมทั้งลดขนาดสาขาและยุบแผนกบริการลูกค้าในสาขาต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลให้ทางบริษัทเหลือสาขาทั้งหมด 4,000 แห่งทั่วโลก
“ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปฏิรูปของบริษัท” ไมเคิล โคแบท ประธานบริหารคนใหม่ กล่าว พร้อมเผยว่า การปลดพนักงานครั้งนี้จะช่วยให้ซิตี้ กรุ๊ป ลดรายจ่ายลงได้ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.7 หมื่นล้านบาท) ในปีหน้า และ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 หมื่นล้านบาท) ต่อปี หลังปี 2557 เป็นต้นไป
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การปลดพนักงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกระหว่างคณะกรรมการบริหาร เนื่องจากก่อนหน้านี้บัณฑิตพยายามกระตุ้นการเติบโตของบริษัทผ่านการลงทุน ซึ่งรวมถึงการจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นถึง 2.3% หรือ 2.66 แสนคนเมื่อปีก่อน ส่งผลให้รายจ่ายของบริษัทพุ่งขึ้น 7.5% ที่ 5.09 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท)
“ซิตี้ กรุ๊ป พยายามลดรายจ่ายมาตั้งแต่ปี 2550 ทว่าที่ผ่านมานักลงทุนต่างบ่นว่ารายจ่ายของบริษัทลดลงช้ามาก เพราะขณะที่รายจ่ายในปัจจุบันมีมูลค่าเท่ากับเมื่อปี 2549 ทว่า รายได้กลับลดลงต่ำกว่าครึ่งของตัวเลขเมื่อปี 2549” รอยเตอร์ส รายงาน
ทั้งนี้ หลังทางบริษัทประกาศความเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้นทันที 6.3% อยู่ที่ 36.46 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ช่วงปิดตลาดนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายสำนัก เตือนว่า ในปัจจุบันสถาบันการเงินรายใหญ่ของโลกต่างพยายามปรับลดขนาดองค์กร ภายหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น สถาบันการเงินต่างๆ อาทิ แบงก์ ออฟ อเมริกา มอร์แกน สแตนเลย์ ยูบีเอสและโกลด์แมน แซคส์ มีการปลดพนักงานแล้วทั้งหมด 3 แสนตำแหน่ง
“บริษัทเหล่านี้มีขนาดใหญ่เกิน เมื่อเทียบกับผลประกอบการ ดังนั้นหากตลาดไม่ฟื้นภายในกลางปี 2556 เราก็จะได้เห็นการโละพนักงานอย่างต่อเนื่องในต้นปีหน้า” เจสัน เคนเนดี ประธานบริหารบริษัทวิจัย เคนเนดี กรุ๊ป ในกรุงลอนดอน กล่าว







