
การผลิตจีนเพิ่มสูงสุดรอบ13เดือน
ส่งออกยุโรป-มะกันเริ่มเห็นแววฟื้น กูรูเตือนดัชนีแค่หวือหวาในระยะสั้น
ส่งออกยุโรป-มะกันเริ่มเห็นแววฟื้น กูรูเตือนดัชนีแค่หวือหวาในระยะสั้น
ดัชนีการผลิตของจีนปรับตัวดีที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ส่งสัญญาณหลุดพ้นภาวะซบเซา ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนอาจไม่ยั่งยืนหลังพึ่งภาครัฐมากเกินไป
ธนาคารเอชเอสบีซีเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งชี้วัดกิจกรรมภาคการผลิตของจีนในเดือน พ.ย.ว่า ดัชนีได้ปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในรอบ 13 เดือน อยู่ที่ 50.5 จุด จาก 49.5 จุดในเดือนก่อนหน้า และยังเป็นครั้งแรกที่ดัชนีพีเอ็มไอจีนหลุดพ้นจากระดับถดถอย หรือระดับต่ำกว่า 50 จุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปีนี้ นับเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกกำลังหลุดพ้นจากภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจแล้ว
เอชเอสบีซี ระบุว่า ดัชนีพีเอ็มไอเดือน พ.ย.นี้ ถือเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554 ซึ่งอยู่ที่ 51 จุด ทว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากิจกรรมการผลิตของจีนก็ตกอยู่ในภาวะถดถอยต่ำกว่า 50 จุดมาอย่างต่อเนื่อง จากผลพวงของภาวะเศรษฐกิจโลกขาลงโดยเฉพาะวิกฤตการณ์หนี้ยูโรโซน ซึ่งฉุดให้ความต้องการสินค้าจีนในตลาดยุโรปหดตัวลงอย่างหนัก
รายงานระบุด้วยว่า ยอดส่งออกใหม่ของจีนก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังจากบริษัทต่างๆ ได้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในตลาดยุโรปและสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้เปิดเผยดัชนีพีเอ็มไออย่างเป็นทางการเดือน พ.ย.ในทิศทางบวกเช่นกัน โดยอยู่ที่ระดับ 50.6 จุด หรือขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากระดับ 50.2 จุด ในเดือน ต.ค.
กู่ฮงบิน นักเศรษฐศาสตร์จากเอชเอสบีซี ประจำสาขาฮ่องกง กล่าวกับเอเอฟพีว่า ดัชนีพีเอ็มไอล่าสุดครั้งนี้คือ การยืนยันว่าเศรษฐกิจจีนเดินหน้าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะช่วยให้จีดีพีในไตรมาส 4 ของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ราว 8% เนื่องจากรัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลง ขณะที่ ตั้งเจียนเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการสื่อสารในจีน เชื่อว่าสถานการณ์ของจีนจะดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
“แนวโน้มเศรษฐกิจจีนจะดีขึ้นในปีหน้า โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนซึ่งจะมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นมาก เราจึงน่าจะได้เห็นดัชนีพีเอ็มไอปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้” ตั้ง กล่าว
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีดังกล่าวกลับยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ หลังตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ปิดตลาดดิ่งลงสวนทางกัน โดยดัชนีฮั่งเส็ง ปิดลบไป 1.19% มาอยู่ที่ 21,767.85 จุด ขณะที่เซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปิดลบ 1.03% อยู่ที่ 1,959.77 จุด ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะตลาดขาดแรงซื้อต่อเนื่องที่มากพอในต้นสัปดาห์นี้ หลังจากที่เก็งถึงข่าวดีกันไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา
ทางด้านรอยเตอร์สได้รายงานอ้างบริษัทวิจัยเศรษฐกิจ ไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ โดยเตือนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอาจไม่ยั่งยืน เนื่องจากเป็นการเติบโตที่พึ่งพิงภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ มากเกินไป
เสียนฟางเหริน และอลิสแตร์ ธอร์นตัน จากไอเอชเอส ระบุว่า ระบบเศรษฐกิจแบบปิดของจีนสะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของกิจกรรมภาคการผลิตในดัชนีพีเอ็มไอนั้น อาจเป็นการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบให้วาระการปฏิรูปเศรษฐกิจและการปรับเปลี่ยนรูปแบบทางเศรษฐกิจของจีนไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ต้องชะงักลง







